Welcome to WordPress.com. This is your first post. Edit or delete it and start blogging!
มิถุนายน 24, 2007
เมษายน 7, 2007
คุณทองเหมาะ แจ่มแจ้ง ชาวนาแห่งชาติประจำปี 2549 จากสุพรรณบุรี กับการออกรายการทีวี The Icon ปรากฏการณ์คน..
ช่วงนี้เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง รายการทีวี โดยเฉพาะช่อง 9 Modern nine TV มักจะนำบุคคลที่เป็นต้นแบบ ดำรงชีวิตในแบบพอเพียง นำมาเผยแพร่อย่างต่อเนื่องในช่วงเวลานี้
รายการ The Icon ปรากฏการณ์คน ที่ออกอากาศทุกวันศุกร์ ทางช่อง 9 ตอน 22.00-23.00 น. เมื่อ 30 มี.ค และ 6 เม.ย. ได้ นำเรื่องราวของ ชาวนาแห่งชาติประจำปี 2549 คุณทองเหมาะ แจ่มแจ้งมาออกอากาศ เสียดายที่พลาดชมในตอนแรก ซึ่งคุณทองเหมาะ ได้กล่าวถึงแนวคิดดีๆหลายอย่าง และทางรายการได้พาไปชมไร่นา ของคุณลุงอีกด้วย
(ภาพจาก manager.co.th)
คุณทองเหมาะ แจ่มแจ้งกระดูกสันหลังของชาติที่มีการศึกษาเพียงแค่ ป.4 ทว่าสามารถทำอาชีพของตนเองได้ประสบความสำเร็จอย่างน่าทึ่ง ไม่ว่าจะเป็นการคัดพันธุ์และผสมพันธุ์ข้าวด้วยตนเอง ผลิตสารป้องกันและขับไล่แมลง เพาะเลี้ยงและผลิตน้ำหมักจุลินทรีย์ชีวภาพที่ใช้ในการเกษตรได้เอง
ทั้งหมดนี้ทำให้เขาคว้าเอารางวัลเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาอาชีพทำนา ในปี 2548 – 2549 มาครอง แต่เหนืออื่นใดที่ดูจะทำให้เจ้าตัวภาคภูมิใจมากที่สุดคงจะเป็นการที่ลูกชาย ของเขาที่เรียนจนจบปริญญาโทจากต่างประเทศก็ยังกลับมาช่วยกันประกอบอาชีพทำ นาด้วยนั่นเอง
ในคืนวันที่ 6 เม.ย. ได้ชมแล้ว ประทับใจหลายส่วน
เรื่องการเลี้ยงหมู ซึ่งปกติ ถ้าบ้านไหนเลี้ยงหมู มักจะได้กลิ่นขี้หมูกันตั้งแต่ไกลๆ แต่สำหรับที่บ้านของคุณทองเหมาะกลับตรงกันข้าม ทำการโรยแกลบลงไปในคอกหมู เมื่อขี้หมูผสมกับแกลบ และเอาน้ำจุลินทรีย์ราดลงไป ปรากฏว่า ขี้หมูไม่เหม็น!!!
และยังได้ปุ๋ยไว้ใช้โดยไม่ต้องทำอะไรให้ยุ่งยาก ใส่แกลบและราดน้ำจุลินทรีย์ทิ้งไว้ หมูขี้อออกมา จะเหยียบย่ำและคลุกเคล้าให้เอง เมื่อได้เยอะพอสมควร ก็ไปตักขี้หมูออกมากองไว้ และใส่แกลบในคอกหมูใหม่ลงไปแทน
คุณลุงทองเหมาะ และคุณสัญญา คุณากร (พิธีกร) กำขี้หมูแห้งขึ้นมาดมโชว์ในรายการกันสดๆ เพราะไม่มีกลิ่นจริงๆ
ในรายการได้พาชมบ่อปลาในไร่พอเพียงเพื่อสุขภาพของคุณลุง ซึ่งเลี้ยงปลาได้เยอะมากๆ บ่อละเป็นพันๆตัว, ไปดูบ่อกบ กบก็ตัวใหญ่มากๆ
การปลูกตำลึง ปลูกใส่สุ่มไก่ ทำให้เก็บ –เด็ดยอดตำลึงไปแกงได้ง่าย รอให้ตำลึงแตกยอดใหม่ และยังมีโรงเพาะเห็ดอินทรีย์ชีวภาพ ที่ทำเพื่อพอเพียง โดยไม่ต้องลงทุนเกินตัว จึงทำให้ไม่ขาดทุน
ใน 1 ไร่นั้น ถ้าทำกันจริงๆจังๆ จะได้รายได้วันละ 1 พันบาททุกๆวัน เพราะใน 1 ไร่ มี หมู กบ ปลา พืชผักสวนครัวที่สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตขายได้ตลอด
แนวคิดทำเพื่อพอเพียง เป็นการทำงานเพื่อการเรียนรู้ หาความผิดพลาดในแบบที่ลงทุนไม่เกินตัว เมื่อทำงานจนเรียนรู้เทคนิค เกิดความเชี่ยวชาญแล้ว จึงก้าวไปเป็น เกษตรก้าวหน้า จนสามารถสร้างกำไร เกิดความมั่นคงในอาชีพได้
ในไร่ของคุณลุงทองเหมาะ มีโรงข้าว มีพันธุ์ข้าวหลากหลาย ผสมหลายพันธุ์ อาทิ ข้าวนก 1 รวง จะมี 200-300 เมล็ด ทำการปลูกโดยไม่ใช่สารเคมี
เทคนิคการคัดเลือกพันธุ์ข้าวของคุณทองเหมาะ ใน 1 รวง เลือกเมล็ดดี หยิบมา 1 เมล็ด แกะเปลือกออก ดูด้านจมูกข้าว แล้วใช้ปากกัดอักด้าน ทดลองกิน ถ้าหอม ก็เลือกเมล็ดนั้นที่เหลืออีกครึ่งหนึ่งเอาไปเพาะพันธุ์ทันที เพราะในข้าว 1 รวง อาจจะมีทั้งเมล็ดที่ดี และไม่ดีก็ได้ เมื่อเจอแล้ว เพาะทันที นี่เป็นวิธีการคัดที่ละเอียดมากๆ
ใน 1 ไร่ของคุณทองเหมาะ สามารถทำกินได้จริงๆ ไม่พึ่งพาคนอื่น ไม่ต้องซื้ออย่างอื่นเลย ก็สามารถอยู่ได้จริงๆ
ในนาของคุณทองเหมาะ มีแปลงทดลอง ปลูกข้าวหลายแบบ ทั้งแปลงหว่าน แปลงดำนาด้วยเครื่อง และแปลงหยอดเมล็ด ทำเปรียบเทียบให้ผู้สนใจเห็นกันจะจะไปเลย
สภาพในไร่ของคุณทองเหมาะ มีการทำสภาพดินให้ดี น้ำดี อากาศดี ในนามีกุ้ง หอย ปู ปลา เต็มไปหมด…
อีกแนวคิดหนึ่งของคุณทองเหมาะ ที่น่าชื่นชม คือ ท่านตั้งใจให้ลูกชายมาเป็นชาวนา ไม่อยากให้ไปเป็นเจ้าคนนายคน ให้กลับมาเป็นนายของตัวเองจะดีกว่า…
นี่คือบรรยากาศภายในไร่ของคุณทองเหมาะ ซึ่งมีแต่เรื่องราวที่ดีๆเกิดขึ้น แต่เรื่องราวที่เป็นปัญหาทั่วๆไปของอาชีพเกษตรกร ในรายการก็ได้หยิบมาสะท้อนเช่นกัน เช่น ปัญหาของเกษตรกรคนอื่นๆ ที่มีปัญหาหนี้สิน จนฆ่าตัวตาย การไม่มีวินัยในการใช้จ่าย ได้เงินจากกองทุนหมู่บ้านแล้วดึงเงินไปโป๊ะหนี้ ธกส. เมื่อครบกำหนดชำระ ก็กู้เงินจากแหล่งอื่นไปโป๊ะอีกแห่ง โป๊ะไปเรื่อยๆ จนดอกเบี้ยเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ…..
นี่คือ ส่วนหนึ่งจากรายการปรากฏการณ์คนที่ออกอากาศทางช่อง 9 ครับ ในช่วงเวลาที่มีรายการทีวีหลายรายการที่น่าสนใจ ทั้งละครและเกมโชว์ของช่องอื่นๆ ที่เรียกความสนใจของแม่บ้าน จนทำให้หลายคนต้องพลาดชมรายการดีๆเช่นนี้ไปอย่างน่าเสียดายครับ
บัตรอวยพรสงกรานต์

นางปริศนา พงษ์ทัดศิริกุล เลขาธิการ คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ เปิดเผยว่า ในโอกาสเทศกาลสงกรานต์ที่จะมาถึงในปีนี้ สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ( สวช .) ได้รับมอบหมายจาก คุณหญิงไขศรี ศรีอรุณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ให้จัดทำบัตรอวยพรสงกรานต์ในรูปการ์ตูนไทยน่ารัก จำนวน ๔ แบบ ในชื่อว่า
๑. นาง สงกรานต์ ประจำปี ๒๕๕๐ ที่มีชื่อว่า “ นางมโหธรเทวี ” ทรง พาหุรัด (ทองต้นแขน) ทัดดอกสามหาว (ผักตบ) อาภรณ์แก้วนิลรัตน์ ภักษาหารเนื้อทราย พระหัตถ์ขวาทรงจักร พระหัตถ์ซ้ายทรงตรีศูรย์ มีนกยูงเป็นพาหนะ
๒. สื่อสายใย…คนไทยทุกคน เป็นรูปส่งเสริมความสัมพันธ์ครอบครัว ที่พ่อกลับไปหาลูกเมียที่บ้าน
๓. สรงน้ำพระ … ขอพรผู้ใหญ่ เป็นรูปข้อควรปฏิบัติในเทศกาลสงกรานต์ เช่นการสรงน้ำพระพุทธรูป และรดน้ำขอพรผู้ใหญ่
๔. วัฒนธรรมไทย…ปีใหม่ไทยเรา จะเป็นรูปการสาดน้ำเล่นกันอย่างสนุกสนานและมีไมตรีจิตซึ่งกันและกัน
เลขาธิการคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กล่าว ต่อไปว่า ภาพอวยพรดังกล่าวนี้จะพิมพ์จำนวน ๓๐,๐๐๐ แผ่น โดยจะนำไปแจกฟรีตามจุดต่างๆ กว่า ๑๕๐ จุด ซึ่งเป็นที่ชุมชนในเครือข่ายของ Take It Card เช่น ร้านอาหารแบลคแคนยอน , การ์โตว์เฮ้าส์ , ร้านซึทาญ่า และร้านอาหารสีฟ้า เป็นต้น นอกจากนี้ยังสามารถรับได้ที่ภายในหอประชุมใหญ่และเล็ก ของ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ตั้งแต่วันนี้ไปจนกว่าการ์ดจะหมด ทั้ง นี้ เพื่อเป็นการเผยแพร่องค์ความรู้เกี่ยวกับประเพณีสงกรานต์อันเป็นวันปีใหม่ ไทยในอีกรูปแบบหนึ่ง คือ เป็นภาพการ์ตูนอันเป็นฝีมือการวาดของ นายโอม รัชเวทย์ นักเขียนการ์ตูนชื่อดัง ซึ่งเชื่อว่าคงจะเป็นที่ชื่นชอบ ของเด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไป
สำหรับ ท่านที่ต้องการเปิดชมภาพบัตรอวยพรดังกล่าว พร้อมรายละเอียดจุดต่างๆ ที่จะไปขอรับการ์ดฟรีได้ใกล้ๆบ้านตั้งแต่ ต้นเดือนเมษายน ศกนี้ ซึ่งในเว็บฯ ยังมีข้อมูลเกี่ยวกับประเพณีสงกรานต์/นางสงกรานต์ให้อ่านอีกด้วย
ข้อมุลอ้างอิงจาก : สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม
“5 เม.ย.นี้……ผู้ชายจะมีครั้งแรก..”
เห็นคำโฆษณาประโยคนี้ครั้งแรกตั้งแต่ปลาย มี.ค.50 แถวสะพานควาย
เขียนบนป้ายโฆษณาสีดำว่า 5 เม.ย.นี้ ผู้ชายจะมีครั้งแรก
5 เม.ย. เป็นวันพฤหัส คาดว่า คงจะเป็นการเปิดตัวภาพยนตร์ไทยเรื่อยใหม่ ที่มักจะเข้าโรงฉายทุกวันพฤหัสของสัปดาห์
แต่จริงๆแล้ว นี่คือ โฆษณาแชมพูขจัดรังแคสำหรับผู้ชายโดยเฉพาะ ยี่ห้อ “คลินิค”
ที่แท้ก็เป็นหนึ่งในกลยุทธ์การโฆษณา
แชมพูขจัดรังแคมีเยอะแยะ ของผู้ชายก็เคยเห็นแว๊บๆ
แค่เติมคำว่า โดยเฉพาะเข้าไป และใส่ลูกเล่นทางการตลาด – โฆษณาเข้าไป
เพียงเท่านี้ ก็เป็นสีสันใหม่ของวงการโฆษณาเมืองไทยเสียแล้ว
ความกังกลเรื่องการมีทายาทของแฟนสาวร่างกายปกติกับหนุ่มร่างพิการ
เป็นความรักที่บริสุทธิ์ รักยิ่งกว่าแท้จริงๆ เมื่อหนุ่มที่มีร่างกายพิการมีคนรักเป็นหญิงที่มีร่างกายปกติ โดยที่เธอไม่ได้รังเกียจความผิดปกติของอวัยวะในร่างกายของเขา ที่ไม่ครบ 32
ทำงานได้ไม่เต็มที่ และถูกจัดให้อยู่เป็นคนพิการ แต่ทว่าหัวใจของเขา ไม่ได้พิการตามร่างกายไปด้วย
แต่ทว่า เมื่อตัดสินใจรัก มอบหัวใจให้กับหนุ่มพิการแล้ว เธอกังวลเรื่องการมีทายาท กลัวว่า เมื่อคลอดออกมาแล้ว จะพิการเหมือนกับแฟน
เธอกับแฟนอยากมีลูก แต่ก็ไม่อยากให้ลูกเกิดออกมาเป็นคนพิการอีก
แฟนหนุ่มพิการก็ชักไม่มั่นใจเหมือนกันว่า ถ้ามีลูกแล้วจะเป็นอย่างที่แฟนสาวกลัวหรือไม่ คือ คลอดออกมาแล้วพิการ
เขาจึงโทรศัพท์เข้าไปถามในรายการวิทยุ ที่นี่ไม่มีการเมือง ถาม คุณสนธิ ลิ้มทองกุล เลยได้รับคำแนะนำว่า
”ให้ไปหาแพทย์ ให้ตรวจสภาพร่างกายดู ซึ่งแพทย์จะมีวิธีการตรวจสอบอยู่แล้ว และแพทย์จะบอกเองว่า ลูกออกมาจะเป็นอย่างไร จะเป็นกรรมพันธุ์หรือไม่ คลอดออกมาจะพิการ หรือสมบูรณ์ ร่างกายครบ 32 “
หยิบประเด็นมาขยายเพิ่มเติม นำมาจากรายการที่นี่ไม่มีการเมือง
โดย คุณสนธิ ลิ้มทองกุล จาก FM 97.75 MHz คลื่นยามเฝ้าแผ่นดิน
http://www.managerradio.com
เมษายน 6, 2007
96 ปี หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ กับงานชิ้นสุดท้ายที่ท่านจะทำเพื่อวงการสงฆ์ของไทย
ในวันหยุด วันจักรี มีรายการคนค้นคน ภาคพิเศษที่ช่อง Modern nine TV ในตอน 96 ปี หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ ชีวิตเพื่องาน งานเพื่อธรรมะ ซึ่งเป็นสารคดีที่นำเสนอเรื่องราวชีวิตของท่านปัญญาในแง่มุมต่างๆ โดยในตอนนี้ ฉายภาพให้เห็นตอนที่ท่านเข้ารับการรักษาสุขภาพที่โรงพยาบาลศิริราช
ยามที่ท่านป่วย ท่านก็พัก ถ้าไหว ก็ทำงานต่อ ท่านอุทิศชีวิตเพื่อให้ปัญญาสั่งสมต่อคนอื่นๆ



ช่วงหนึ่งขณะที่พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ท่านปัญญาก็ต้องเดินทางไปบรรยายบันทึกเสียงธรรมะ ที่ห้องส่งของสถานีวิทยุแห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ เสร็จแล้วก็เดินทางมานอนพักรักษาตัวต่อไป
ในระหว่างถ่ายทำรายการคนค้นคน ท่านได้กล่าวปรัชญาชีวิต หลักคิด และหลักธรรมะคำสอนให้ได้ยินอยู่ตลอด
เสียดาย วันหยุดเช่นนี้ หลายคนต่างมุ่งหน้าเดินทางออกต่างจังหวัด พักผ่อนหาความสำราญใส่ตน หรือคนที่อยู่ดูทีวีที่บ้าน อาจจะหมุนไปดูรายการบันเทิงของช่องอื่นๆ จนพลาดโอกาสที่จะได้รับชมเนื้อหาที่ดีๆของรายการคนค้นคนในตอนนี้
และยิ่งช่วงเวลาในการออกอากาศคือ 14.00-15.00 น. เวลาบ่ายๆเช่นนี้ จะมีจำนวนผู้ชมมากเทียบเท่ากับเวลาตอนกลางคืนหรือไม่
บุคคลที่สูงวัยหลายคน ยังคงยึดติดกับกิเลส ต่างมุ่งแสวงหาอำนาจ ผลประโยชน์ใส่ตัวอย่างไม่รู้จักพอ
แต่สำหรับหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ กลับอุทิศตนเพื่อสั่งสอนให้ความรู้แก่คนทั่วไป มิได้มุ่งแสวงหาผลประโยชน์เช่นคนบางกลุ่ม



ด้วยอายุที่สูงวัย เฉียด 100 ปีเข้าไปแล้ว ไม่แน่ใจว่า ท่านจะอยู่ได้อีกนานเท่าไหร่ ท่านจึงตั้งปณิธานที่จะทำงานชิ้นสุดท้ายในชีวิตของท่าน
คือ การสร้างพระอุโบสถกลางน้ำ ที่วังน้อย อยุธยา ที่คาดหมายกันว่า อีก 2 ปี คงจะแล้วเสร็จ
สิ่งก่อสร้างนี้ ใช้งบประมาณกว่าร้อยล้าน ซึ่งจะต้องหาจากน้ำใจและแรงศรัทธาจากประชาชน มากบ้างน้อยบ้าง
ส่วนสุขภาพของท่านที่ร่วงโรยตามวัย ท่านบอกให้หมอรักษาร่างกายของท่านให้อยู่ได้อีก 5 ปี เมื่ออุโบสถเสร็จแล้ว “จะตายวันไหนก็ได้”
หลวงพ่อบอกในรายการว่า ควรจะทำ ฝากสิ่งที่ดีๆไว้ ท่านอยากให้คนไทยรู้จักศีลธรรม และปฏิบัติตนเป็นคนดี และยังมีอีกหลายสิ่งที่จะต้องทำเพื่อพุทธศาสนาอีกมากมาย ท่านเลยอยากจะขออยู่อย่างน้อยให้อายุครบ 100 ปี…
พระอุโบสถกลางน้ำจะเป็นสถานที่ที่เป็นที่ศึกษาเรียนรู้ของผู้สนใจในหลักธรรมะ เคยเห็นผู้ที่เดินทางไปเรียนหลักธรรมะจากอินเดีย จีน ถ้าอยากให้คนต่างชาติมาเรียนพุทธศาสนาในไทย ก็จะต้องสร้างแหล่งเรียนรู้ที่น่าศึกษาเรียนรู้ให้เกิดขึ้น
อีก 2-3 ปีข้างหน้า เราทุกคนคงจะเห็นพระอุโบสถกลางน้ำที่วังน้อย ที่หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุตั้งใจสร้างไว้ เป็นผลงานชิ้นสุดท้ายในชีวิตของท่านแล้วเสร็จ ดังที่หลวงพ่อตั้งใจไว้…
ร่วมบริจาคสร้างอุโบสถกลางน้ำได้ที่
มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย
ชื่อบัญชี พระพรหมมังคลาจารย์
ธนาคารกสิกรไทย สาขาปากเกร็ด
ประเภทบัญชีออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 142-2-157679
เมษายน 5, 2007
ส่งต่อความตั้งใจของเพื่อนแท้ ในวันจากลาชั่วนิรันดร์….
จากบันทึก สายด่วนแจ้งข่าววันฌาปนกิจเพื่อนเก่า
งานวันฌาปนกิจศพของเพื่อนที่เก็บไว้กว่า 3 ปี เลื่อนเป็นวันที่ 6 เม.ย.2550 นี้ เพราะทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องสะดวกในวันนี้มากกว่าวันที่ 10 เม.ย.50
เพื่อนจากภาคใต้ ซึ่งในปัจจุบัน มาทำงานที่ กทม. พึ่งทราบข่าวทางโทรศัพท์
คุณอภิสิทธิ์ เดชสุวรรณ หรือ บอย ซึ่งเป็นเพื่อนแท้ของคุณพิมพ์จันทร์มานับตั้งแต่สมัยเรียนระดับปริญญาตรี ไปเข้าค่ายฝึกงานที่ภูเก็ต คบหากันมานาน ปรึกษาหารือกันทุกเรื่อง
แม้จะเรียนอยู่คนละภูมิภาค อยู่ที่ค่ายเพียงไม่กี่วัน แต่ระยะเวลาเพียงแค่นั้นก็เพียงพอแล้วสำหรับการค้นพบ “มิตรแท้”
เมื่ออุบัติเหตุเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ทำให้เกิดความรู้สึกสะดุดทางความรู้สึก เพื่อนแท้ที่เคยคุยกันได้ทุกเรื่อง หายไป
คุณบอยตั้งใจไว้ว่า เขาจะต้องมาร่วมงานฌาปนกิจศพคุณพิมพ์จันทร์ที่อุบลราชธานีให้ได้
เสียดายที่คนจุดตะเกียงไปร่วมงานนี้ไม่ได้ ทั้งๆที่อยากไปใจจะขาด
เพราะมีโอกาสได้ทำความรู้จัก ติดต่อกับคุณบอยทาง internet และมือถือ
ได้สัมผัสความคิด ความรู้สึก และตัวตนของเขาหลายอย่าง จนอยากพบเจอตัวจริงสักครั้ง
อยากพบคนที่เป็นเพื่อนแท้ของคุณพิมพ์
ตัวเองซึ่งรู้จักพิมพ์มาก่อน เรียนด้วยกันที่เดียวกัน ใกล้ๆกันแท้ๆ กลับไม่ค่อยใส่ใจ เป็นเพื่อนที่ดีของพิมพ์ได้
เพราะแต่เดิม…..มองคนที่เปลือกนอกเท่านั้น!!!
เมื่อวันเวลาผ่านไปหลายปี ตัวเองจึงรู้สึกถึงเนื้อในที่แท้จริงของพิมพ์
ในขณะที่คุณบอย รู้จักสิ่งเหล่านี้ ภายในเวลาไม่กี่วันเท่านั้น
เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ในช่วงเวลาที่เกิดเหตุที่ไม่คาดฝัน หลายคนช็อค
คุณบอยเขียนบันทึกถอดหัวใจ ส่งเมล์ไปให้หลายคนอ่าน
หลายคนร่วมร่ำไห้…
จนมีโอกาสได้มารู้จักกันผ่านทางตัวอักษรที่เขียนผ่านบันทึก
ณ เวลานั้น คนจุดตะเกียงได้ช่วยเยียวยา ให้กำลังใจ หัวใจของผู้ชายคนนี้ ที่กำลังช้ำใจ อ่อนล้า โรยแรง
กว่าจะกลับมาเข้มแข็งได้ ใช้เวลานานพอสมควรทีเดียว
แต่อย่างน้อยก็ถือว่า ได้ช่วยทำหน้าที่ส่วนหนึ่งแทนเพื่อน
หน้าที่ที่พิมพ์เคยทำ … ให้กำลังใจ คำแนะนำแก่เพื่อนยามที่มีปัญหาชีวิต คับข้องใจมาตลอด
แม้อาจจะทำได้ไม่ดีเทียบเท่ากับพิมพ์ก็ตาม
ณ วันนี้ ในวันที่หัวใจของบอยเข้มแข็งดังเดิม.. หรือยิ่งกว่าเดิม
เพื่อนแท้คนนี้จากภาคใต้ จะได้กลับมาพบกับเพื่อนแท้จากภาคอีสานอีกครั้ง
พิมพ์เคยไปเยี่ยมบอยถึงบ้านเกิดมาแล้ว
คราวนี้ คุณบอยจะได้ไปเยี่ยมพิมพ์ที่บ้านเกิดบ้าง
แม้จะเป็นการไปพบกับร่างไร้วิญญาณบนเชิงตะกอนก็ตาม
พร้อมดอกไม้จันทน์ที่บรรจงวางลงไป
อาจไม่มีใครเข้าใจความผูกพันของเพื่อนแท้คู่นี้
..แต่
สำหรับเพื่อนอีกคนที่นั่งเขียนบันทึกชิ้นนี้ ที่ไม่สามารถไปร่วมงานที่อยากไปนี้ไม่ได้
เพราะสุขภาพร่างกายไม่เอื้ออำนวย ทั้งๆที่อยากไปใจจะขาด….
ได้แต่บอกว่า….
…..สู่สุคติเถิดเพื่อน…..
สายลมเย็น
คนหนึ่งต้องเป็นสายลมเย็น
คอยปัดเป่าให้เบาบาง
“ถ้าเมื่ออีกฝ่ายร้อนกว่า
แม้นาทีนั้นเราจะมีเรื่องราวหนักหนาสักเท่าไร
เราก็จะกลายเป็นสายลมเย็นได้ในพริบตา
เพื่อให้อีกคนได้พักกายพักใจ
นึ่คือมหัศจรรย์แห่งรัก
……………
เพราะเรามีหลายด้านที่ต้องเดินผ่าน
และการเดินไปตรงนั้นตรงนี้
ย่อมทำให้ชีวิตเราร้อนรนอย่างเลี่ยงไม่ได้
แต่ไม่ว่าโลกข้างนอกจะเป็นอย่างไร
ไม่ว่าชีวิตจะหมุนไปเจอความร้อนที่โหดร้ายแค่ไหน
จะไม่มีสักครั้งที่เราทนไม่ได้
ถ้าวันนี้ยังมีคนรักคอยทำหน้าที่เป็นสายลมเย็น
“เมื่อชีวิตไม่มีที่พักกายพักใจ
ความรักจะทำให้ความทุกข์เราเบาลง”
แต่เราไม่อาจคาดหวังให้รัก
เป็นสายลมเย็นได้ตลอดเวลา
เพราะอาจหมายความว่าเราเห็นแก่ตัว
ขนาดความรักที่ยิ่งใหญ่แล้ว
ยังทำให้เราโยนความเห็นแก่ตัว
ทิ้งไปไม่ได้
แล้วจะเข้าใจความหมายของการให้..
ได้อย่างไร
“หากต่างคนต่างเป็นสายลมเย็น
ให้กันและกันได้
ไม่ว่าโลกข้างนอกจะร้อนสักแค่ไหน
เมื่อเข้ามาในโลกของความรักแล้ว
ชีวิตเราจะเบาลง”
เมษายน 4, 2007
ถอดรหัสอัจฉริยะ เลโอนาโด ดาวินชี : หนังสือดีที่ไม่น่าพลาด ไขความลับที่หลายคนไม่เคยรู้มาก่อน

คนจุดตะเกียงรู้จักได้ยืนชื่อ เลโอนาโด ดาวินชี จากภาพวาด โมนาลิซา อันลือลั่น และ ภาพยนตร์ Da Vinci Code ของ แดนบราวน์ ที่เข้ามาฉายเมื่อ 2 ปีก่อนนั่นเอง
ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ เมื่อแวะที่บูธ สำนักพิมพ์สารคดี มีหนังสือน่าสนใจกองเต็มอยู่เพียบ
ไปที่มุมหนึ่ง เจ้าหน้าที่ประจำบูธ ยืนแนะนำหนังสือที่วางขาย เมื่อคนจุดตะเกียงไปหยิบหนังสือใหม่เล่มหนึ่ง ชื่อ ถอดรหัสอัจฉริยะ เลโอนาโด ดาวินชี คนที่นั่งอยู่ในบูธก็แนะนำเนื้อหาในหนังสือเล่มนี้ทันที
ท่านคือ ดร.บัญชา ธนบุญสมบัติ หนึ่งในผู้เขียนหนังสือเล่มนี้นี่เอง
จากการยืนฟังการแนะนำหนังสือเพียงไม่กี่นาที กลับเข้าใจเรื่องราวเนื้อหาที่มากคุณค่าในหนังสือเล่มนี้เป็นอย่างดีทีเดียว ดร.บัญชา ท่านได้แนะนำ เล่าเกร็ดที่น่าสนใจ และเปิดภาพประกอบในหนังสือเล่มนี้ให้ดูไปด้วย
ไม่น่าเชื่อว่า เป็นหนังสือที่ใส่ภาพประกอบไว้เยอะมากๆ เป็นภาพวาดของดาวินชีทั้งนั้น ที่มีความคมชัดอีกด้วย
หลายสิ่งที่ได้รับรู้เพิ่มเติมจากหนังสือเล่มนี้
-การเขียนหนังสือกลับด้าน
-การออกแบบชุดดำน้ำ
-การออกแบบสะพานหมุน
-การออกแบบเครื่องร่อน
-การออกแบบปืนใหญ่สามลำกล้อง
-การออกแบบเกลียวอากาศ
-ภาพวาดเดอะวิทรูเวียนแมน
- ภาพ the Last Supper
ฯลฯ
ที่โดดเด่นคือ ใส่ภาพประกอบแทบจะทุกหน้า เรียกว่า เปิดไปที่หน้าไหน จะต้องเห็นภาพแน่นอน ทำให้เป็นหนังสือที่อ่านง่าย สบายตา
ฟังท่าน ดร.บัญชา อธิบายเนื้อหาคร่าวๆ จนอิ่ม เลยรีบคว้ามา 1 เล่ม ให้ท่าน เซ็นต์ซื่อให้ จากราคา 250 บาท ขายในงานสัปดาห์หนังสือแค่ 199 บาทเท่านั้น
เมื่อกลับมาอ่านที่พัก อ่านไปแล้ว วางไม่ลงจริงๆ มีหลายเรื่องน่าสนใจใคร่รู้อย่างยิ่ง
เนื้อหาในเล่ม เป็นการประมวลเรื่องราวอย่างรอบด้านที่สุด เพื่อถอดรหัสความเป็นอัจฉริยะของดาวินชี ผู้เป็นทั้งศิลปิน วิศวกร นักดนตรี นักวิทยาศาสตร์ ฯลฯ จากมุมมองของนักเขียนในเล่ม คือ ดร.สรณรัชฎ์ กาญจนะวณิชย์, ดร.สุทัศน์ ยกส้าน, ดร.บัญชา ธนบุญสมบัติ, บุญรักษ์ กาญจนวรวณิชย์, สรนันท์ ตุลยานนท์ และ สุวัฒน์ อัศวไชยชาญ
ต้องลองไปหามาอ่านแล้วล่ะครับ แล้วจะรู้ว่า ดาวินชี เป็นอัจฉริยะด้วยเหตุผลใด และยังมีการเปรียบเทียบความเป็นอัจฉริยะระหว่าง ไอสไตน์ กับดาวินชีว่า ใครจะเหนือกว่ากัน ซึ่งจะทำให้เข้าใจความหมายที่แท้จริงของคำว่า “อัจฉริยะ” ได้มากขึ้นครับ
////
ข้อมูลเพิ่มเติม จาก ร้านหนังสือสารคดี
ถอดรหัสอัจฉริยะ เลโอนาร์โด ดาวินชี
ผู้เขียน: สรณรัชฎ์ กาญจนวณิชย์ ดร. สุทัศน์ ยกส้าน ดร. บัญชา ธนบุญสมบัติ
ผู้แปล:
ISBN: 9744842148
นับถึงนาทีนี้คงไม่ มีใครไม่รู้จักชื่อของ เลโอนาร์โด ดาวินชี ศิลปินอัจฉริยะ ยอดมนุษย์เรอเนซองซ์ ชีวิตและผลงานของเขาเป็นที่สนใจไปทั่วโลก พร้อม ๆ กับความสงสัยในปริศนามากมายที่พัวพันกับตัวเขา เขาซ่อนอะไรไว้ในภาพวาด เหตุใดดาวินชีจึงเขียนตัวอักษรกลับข้าง ใครคือนางแบบในภาพ โมนาลิซา… หนังสือเล่มนี้ได้รวบรวมชีวิตและผลงานของดาวินชีอย่างรอบด้านที่สุด เพื่อถอดรหัสอัจฉริยะของดาวินชี ผู้เป็นทั้งศิลปิน วิศวกร นักดนตรี นักวิทยาศาสตร์ ฯลฯ จากมุมมองของนักเขียนคุณภาพหลากหลาย ได้แก่ ดร. สรณรัชฎ์ กาญจนวณิชย์ ดร. สุทัศน์ ยกส้าน ดร. บัญชา ธนบุญสมบัติ บุญรักษ์ กาญจนวณิชย์ สรนันท์ ตุลยานนท์ และ สุวัฒน์ อัศวไชยชาญ
|
ข้อมูลเมื่อ 29 March 2007
แฟนคลับนักคิดนักเขียน : “เสกสรรค์ ประเสริฐกุล” ไม่น่าพลาด
สำหรับเสกสรรค์ ประเสริฐกุล ชื่อนี้เป็นสัญลักษณ์ของพลังแห่งการต่อสู้เพื่อมวลชน ตลอดเส้นทางชีวิต และผลงานการเขียนทั้งหมดที่ผ่านมา ล้วนแสดงศรัทธาที่เขามีต่อพลังประชาชน
มีผลงานหนังสือที่มีเนื้อหาโดนใจหลายคนออกมามากมายหลายเล่ม และในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ที่บูธสามัญชน X05 มีหนังสือทุกเล่มของ เสกสรรค์ ประเสริฐกุลมาวางจำหน่ายอย่างจุใจ


ใครขาดเล่มไหน สามารถมาซื้อเก็บสะสมไว้ได้ทุกเล่มที่ต้องการ
ผลงานเล่มเก่าๆหายาก ลด 50 % ส่วนเล่มที่พิมพ์ใหม่ ลด 20% เฉพาะในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติในช่วง 29 มี.ค.-10 เม.ย.2550 นี้เท่านั้น
คนจุดตะเกียง มีโอกาสพาแฟนคลับตัวจริงเสียงจริงของ คุณเสกสรรค์ ประเสริฐกุล ไปเลือกซื้อหนังสือเล่มโปรดที่บูธแห่งนี้มาแล้ว
แต่ในวันที่ 8 เม.ย. 2550 เสกสรรค์ ประเสริฐกุล จะมาที่บูธสามัญชน X05 ในเวลา 14.00 น. เป็นต้นไป
โห…. ได้ข่าวแล้ว ต้องร้องซี๊ดซ๊าดด้วยความเสียดาย
ความจริง คนจุดตะเกียงกับแฟนคลับตัวจริงของคุณเสกสรรค์ เคยตัดสินใจเลือกว่า จะไปงานสัปดาห์หนังสือ ในช่วงเวลาไหน 31 มี.ค.-1 เม.ย. หรือ 7-8 เม.ย. ซึ่ง คุณแฟนคลับ ตัดสินใจเลือก ช่วงแรก
ได้ยินข่าวชื้นนี้แล้วอยากพา คุณแฟนคลับของเสกสรรค์ ชึ้นรถบึ่งไปพบตัวจริงของเสกสรรค์ ประเสริฐกุล จริงๆ
การชื่นชอบ ประทับใจผู้หนึ่งเป็นพิเศษ โดยเฉพาะชื่นชอบผลงาน แนวคิดนั้น การมีโอกาสได้พบกับตัวจริงเสียงจริงสักครั้งหนึ่งในชีวิต แม้จะเป็นเพียงช่วงระยะเวลาเพียงไม่นานนัก
แต่สิ่งเหล่านี้ ทำให้ใครต่อใครหลายคน ยอมที่จะเดินทางเพื่อมาพบกับตัวจริง เสียงจริงของบุคคลที่ตนชื่นชอบและประทับใจอย่างพิเศษสุด
ได้ข่าวนักเขียนชื่อดังหลายท่าน แวะเวียนมาเปิดหนังสือที่งานหนังสือหลายท่าน แฟนคลับของท่านเหล่านั้น เตรียมตัวเดินทางเพื่อไปสัมผัสกับตัวจริงเสียงจริงของท่านนั้นโดยเฉพาะ
สำหรับแฟนคลับของ เสกสรรค์ ประเสริฐกุล ที่มีเวลาว่าง และสามารถไปงานสัปดาห์หนังสือได้ ไม่ควรพลาดโอกาสพิเศษครั้งนี้นะครับ




