ความคิดของคนเราส่วนมากจะกระจัดกระจาย คิดแว่บไปตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้า และเหตุการณ์ที่เกิดเป็นปัญหามาครุ่นคิด แต่ไม่ค่อยมีใครที่จะมีแผนที่ความคิด การมีแผนที่ความคิดในสิ่งที่มุ่งประสงค์และปรารถนา จะทำให้ได้รับผลสำเร็จมากกว่าความล้มเหลว เช่น ถ้าอยากสอบได้ A วิชาภาษาอังกฤษการวางแผนที่ความคิด ก็ตั้งแต่การเข้าเรียนครบทุกครั้ง การฝึกทำแบบฝึกหัด การฝึกพูด การแบ่งเวลาให้กับวิชานี้ การให้ความสนใจ ฯลฯ การวางแผนที่ความคิดได้ดังนี้ทุกเรื่องจะตัดปัญหาเรื่องการเสียเวลาคิดใน เรื่องที่ไม่เป็นประโยชน์และเลื่อนลอย ฟุ้งซ่าน เกิดความวิตกกังวล และเป็นการเตือนตนเองให้กระทำบทบาทของตนได้อย่างถูกต้องและตนได้รับความสุข จากผลสำเร็จของการมีแผนที่ความคิดด้วยค่ะ
พฤษภาคม 20, 2004
"ปลา"คุณค่าที่ไม่ควรมองข้าม
คนจำนวนไม่นัอยเชื่อว่าในเนื้อสัตว์ทุกชนิดล้วนมีโปรตีน
และมีคุณค่าทางอาหารมากกว่าเนื้อปลา
แต่จากตารางแสดงคุณค่าอาหารไทยของกองโภชนาการ
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขยืนยันได้เป็นอย่างดีว่า
เนื้อปลาส่งผลดีต่อสุขภาพ
น.พ.วิรัช สุธีพุฒิกานต ์ แพทย์เวชศาสตร์ป้องกัน กล่าวว่า
ความเข้าใจของคนส่วน ใหญ่คิดว่า หากต้องการโปรตีน
ต้องรับประทานเนื้อสัตว์ เช่น เนื้อหมู เนื้อไก่
ทั้งที่จริงเนื้อ ปลาก็มีคุณค่าไม่ด้อยไปกว่าเนื้อลัตว์ชนิดอื่นๆ
ไม่ว่าจะเป็นปริมาณโปรตีนที่พอกัน
มีปริมาณ แคลเซียมที่มากกว่าเนื้อสัตว์หลายชนิด
นอกจากนี้เนื้อปลายังมีปริมาณไขมันและ โคเลสเตอรอลต่ำกว่ามาก
น.พ.วิรัช กล่าวต่อไปว่า จากการศึกษาเพิ่มเติม
พบว่าในเนื้อปลามีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อทุกเพศทุกวัย
คือ กรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัวกลุ่มโอเมก้า 3
ซึ่งประกอบด้วย กรดดีเอชเอ (DHA) และกรดอีพีเอ (EPA)
กรดดีเอชเอจะช่วยเสริมสร้างความสามารถในการเรียนรู้
พัฒนาการทางสมองและการมอง เห็นในเด็ก
นอกจากนี้กรดไขมันโอเมก้า 3
ยังมีส่วนช่วยควบคุมระดับไขมันอิ่มตัวในเลือด
ป้องกันการอุดตันของหลอดเลือด
จึงช่วยลดอัตราการเสี่ยงต่อ โรคหัวใจ และหลอดเลือดได้
อย่างไรก็ตาม กรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัวนี้
ร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์ไดัเอง
แต่สามารถได้รับจากอาหารที่รับประทานเข้าไป
“การกินปลาแทนเนื้อสัตว์อื่นๆจึงถือเป็นการเริ่มต้นเพื่อสุขภาพที่ดี
และป้องกันโรคร้ายต่างๆที่อาจเกิดขึ้น” น.พ. วิรัช สรุป
(จาก Health Media สื่อสุขภาพ ปีที่ 3 ฉบับที่ 26 กรกฎาคม 2543)
โดยคุณ : Health Media
ติดเทอร์โบแก้สมองคนแก่ได้
วารสารวิทยาศาสตร์ “นิว ไซแอนติสต์” เปิดเผยว่า นักวิทยาศาสตร์ พบในการทดลองว่าหนูแก่ ที่ถูกตัดแต่งหน่วยพันธุกรรม สามารถเรียนรู้ และทำการทดสอบความจำได้เก่ง เท่าหนูหนุ่มสาวปกติ จึงค้นหายาที่มีสรรพคุณอย่างเดียว กับการตัดแต่งหน่วยพันธุกรรม เพื่อช่วยให้คนแก่ สามารถเรียนรู้หรือจดจำ ได้อย่างคนหนุ่มสาว
สาเหตุ ที่คนสูงอายุนึกคิดอะไรได้ยาก เนื่องจากเซลล์ประสาทของสมอง ส่วนที่มีลักษณะเหมือนม้าน้ำ อันเป็นโครงสร้างสมอง ที่มีหน้าที่ในการเรียนรู้และความจำ ต้องใช้เวลาฟื้นตัว นานกว่าจะทำงานใหม่อีกได้ และยิ่งมีอายุมากขึ้น ก็ต้องใช้เวลานานขึ้น การตัดแต่งหน่วยพันธุกรรม จะช่วยย่นช่วงเวลาเหล่านั้นให้สั้นลง ช่วยให้ระลึกนึกได้เร็วขึ้น ตามหลักฐาน ที่รวบรวมได้ส่อว่า อาจจะทำยาเพื่อช่วยให้รักษาอาการความจำเสื่อมได้เท่านั้น หากแต่ไม่อาจช่วยป้องกัน ไม่ให้พลังสมองเสื่อมลงได้.
ช็อกโกแลต ปัจจัยการเกิด โรคไมเกรน
แพทย์ชี้ พันธุกรรม ความเหนื่อย ความเครียด และอาหารบางชนิด เป็นปัจจัยโรคไมเกรน พร้อมระบุอาการปวดศีรษะ ไม่จำเป็นต้องปวดข้างเดียวและปวดตุบๆ
ผศ. พ.ญ.นิจศรี ชาญณรงค์ สาขาประสาทวิทยา คณะแพทย ศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า ไมเกรนเป็นโรคปวดศีรษะที่จัดอยู่ในกลุ่มอาการ ซึ่งมีลักษณะเฉพาะตัว มักมีอาการเริ่มตั้งแต่วัยรุ่น แต่พบมากในหญิงวัยเจริญพันธุ์โดยพบได้ถึง 14% และในผู้ชายมีอุบัติการณ์ประมาณ 7%
อาการที่สำคัญ คือ ปวดศีรษะแบบเป็นพักๆ ส่วนใหญ่จะปวดครั้งละ 2-3 ชั่วโมงก็จะหายเป็นปกติ แต่ในรายที่มีอาการรุนแรงจะปวดนานทั้งวัน ในบางราย อาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น คลื่นไส้อาเจียน หงุดหงิด อยากพักผ่อน ฯลฯ บางครั้งอาจมีอาการนำมาก่อน อาทิ ตาพร่า เห็นแสงระยิบระยับ อาการเหล่านี้จะเกิดนานไม่กี่นาที และส่วนใหญ่จะหายเป็นปกติ
“คนส่วน ใหญ่มักคิดว่า ปวดศีรษะไมเกรนมักจะปวดหัวข้างเดียว ปวดแบบตุบๆ ตื้อๆ ซึ่งไม่ใช่เสมอไป เพราะจากการศึกษาระยะหลัง พบว่าอาการปวดที่ขมับทั้ง 2 ข้าง พบถึง 40% และไม่จำเป็นต้องปวดตุบๆ เสมอไป” ผศ.พ.ญ.นิจศรี กล่าว
ผศ. พ.ญ.นิจศรี กล่าวอีกว่า ปัจจุบัน ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดว่า ไมเกรนเกิดจากสาเหตุใด แต่พบว่าปัจจัยทางพันธุกรรมมีส่วนที่ความสำคัญอย่างหนึ่ง
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยบางอย่างที่กระตุ้นให้เกิดอาการปวดศีรษะของไมเกรนได้ อาทิ ความเหนื่อยล้า การพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ ความเครียด หรือการรับประทานอาหารบางชนิด เช่น เนยแข็ง ช็อกโกแลต และการดื่มสุรา เป็นต้น
โดยคุณ : นิจศรี ชาญณรงค์
คุณพ่อดีเด่นแห่งทะเล
สัตว์ทะเลหลายชนิด จะมีการดูแลฟูมฟักไข่ และตัวอ่อนของ มันระยะหนึ่ง ดังเช่นปูตัวเมีย จะอุ้มไข่ที่ถูกผสมแล้ว ของมันหรือที่เราเรียกว่าไข่แก่ไว้ระยะหนึ่ง
ที่ตะปิ้งใต้ท้องของมัน หรือการที่พวกหอยฝาเดียวมี การวางไข่ในเปลือกหุ้มไข่ ก็เป็นการดูแลไข่ และตัวอ่อนแบบหนึ่ง
ปลา ดาวบางชนิดจะใช้แขนของมันเกาะแน่นกับพื้น ทำเสมือน เป็นถุงอุ้มไข่ไว้ โดยหันด้านปากเข้าหาพื้นแล้วอยู่ในลักษณะนี้ในขณะที่มัน ดูแลไข่และตัวอ่อนของมัน
ปลาฉลามเองก็ดูแลไข่และตัวอ่อนของมันอย่าง มาก โดยมีการ วางไข่ซึ่งมีปลอกหุ้มที่แข็งแรง ตัวอ่อนจะเจริญวัยภายในปลอกหุ้มไข่ ปลาฉลามบางชนิดจะตั้งท้องโดยที่ตัวอ่อนจะเจริญอยู่ภายในช่องอวัยวะสืบ พันธุ์ของแม่ปลา การพัฒนาของตัวอ่อนจะเกิดขึ้นในตัวแม่จนกระทั่งคลอด ออกมาเป็นตัว ซึ่งพบได้สองแบบ คือ แบบแรก ตัวอ่อนที่อยู่ในตัวแม่จะ ได้อาหารจากไข่ ไข่จะมีการสะสมอาหารอย่างอุดมสมบูรณ์ ส่วนแบบที่ สองนั้นตัวอ่อนจะได้รับอาหารจากตัวแม่โดยผ่านทางรกและสายสะดือ
ปลา ทะเลกระดูกแข็งหลายชนิดจะดูแลไข่และตัวอ่อนของมัน โดยการที่มีไข่ที่ถูกผสมแล้วเจริญภายในตัวของมัน และตัวมันจะออกลูกเป็น ตัวเลย ปลาบางชนิดจะอมไข่ไว้ เช่นปลาดุกทะเลบางชนิดจะอมไข่ที่ถูก ผสมไว้เป็นเวลานานเป็นเดือน
ตัวที่มีบทบาทคือ ปลาดุกตัวผู้ ที่ทำหน้าที่เป็นคุณพ่อที่แสนดี และเสียสละ ตลอดเวลาที่อมไข่อยู่นี้ปลาดุกตัวผู้จะอดอาหาร มันจะดูแลไข่ จนพัฒนาเป็นลูกปลาตัวเล็กๆ ว่ายน้ำเข้าออกช่องปากของพ่อปลา ลูกปลาจะ อาศัยอยู่กับพ่อจนกว่ามันจะดูแลตัวเองได้
คุณพ่อดีเด่นในทะเลที่น่าจะ เป็นที่รู้จักกันดีคือ ม้าน้ำและปลา จิ้มฟันจระเข้ แม่ม้าน้ำ จะวางไข่ไว้ในกระเป๋าช่องท้องของพ่อม้าน้ำ พ่อม้าน้ำจะปล่อยเชื้อตัวผู้ไปผสมกับไข่และดูแลฟูมฟักไข่เหล่านี้เอง ตัวอ่อนจะได้อาหารจากตัวพ่อจนกว่ามันจะฟักเป็นลูกม้าน้ำตัวเล็กๆ พ่อม้าน้ำจะบิดตัวไปมาเพื่อสลัดเอาลูกม้าน้ำที่โตแล้วออกจากช่องกระเป๋า