ชมรมศึกษาผลงานวิทยากร เชียงกูล

มกราคม 25, 2005

นาวาทัวร์

Filed under: คลายเครียด — witclub @ 7:27 am

ถั่มถุยหั่ง สาวญวนหลบหนีออกจากค่ายญวนอพยพเข้ามากรุงเทพฯ แล้วก็ไปเตร๊ดเตร่หากินด้วยการขายเรือนร่างอยู่แถว ท่าเรือคลองเตย

ช่างเครื่องเรือใหญ่คนหนึ่งไปใช้บริการของหล่อนเข้าแล้วติดใจ

“คุณคิดยังไงถึงได้มาหาเงินยังงี้ล่ะ” เขาถาม

“ฉัยอยากไปฝรั่งเศส” ถั่มถุยหั่ง บอก “พวกเพื่อนๆฉันที่เขามีเงินเขาอพยพไปอยู่ฝรั่งเศสกันทั้งนั้น ฉันอยากไปที่นั่น ถ้าได้เงินพอค่าเครื่องบืนฉันก็จะไป”

ช่างเครื่องเรือใหญ่บอกหล่อนว่า ประเทศฝรั่งเศสคงไม่ออกวีซ่าให้หล่อนเข้าไปง่ายๆ เล่นเอาสาวญวนใจเสีย

“แต่คุณมีทางที่จะลักลอบเข้าไปได้โดยทางเรือ ผมจะซ่อนคุณไว้ในห้องเครื่องของเรือใหญ่ลำนั้น …. โอ.เค มั้ย”

เขาชี้ไปที่เรือซึ่งจอดอยู่ที่ท่า

“บอกก่อนนะ ถ้าคุณจะเข้าฝรั่งเศสวิธีนี้ คุณต้องซ่อนอยู่แต่ในใต้ท้องเรือตลอดเวลาที่เรือออกเดินทาง จะออกมาให้ใครเห็นคุณไม่ได้”

ถั่มถุยหั่ง ตกลง ความฝันที่จะไปฝรั่งเศสทำให้หล่อนถามเขาว่าหล่อนจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการ นี้ซักเท่าไร ซึ่งช่างเครื่องเรือก็บอกว่าเขาไม่ได้ต้องการเงินของเธอ ขอเพียงแต่ว่าระหว่างเดินทางอยู่นั้นเขามีความสุขจากเธอบ้างก็พอใจแล้ว

ก่อนเรือจะออกจากท่า ถั่มถุยหั่งสาวญวนคนสวยก็เล็งรอดลงไปซ่อนตัวอยู่ที่ห้องเครื่องของชายหนุ่ม และนับจากวันนั้น เจ้าช่างเครื่องก็ปรีด์เปรมอยู่กับแม่สาวญวนทุกคืน

เรือลำนั้นแล่นๆจอดๆ วันเวลาผ่านไป กัปตันเรือก็ชักสงสัยพฤติกรรมของช่างเครื่อง อาหารที่หมอนี่เอาไปกินดูจะมากผิดปกติ แถมยังมีลับๆล่อๆตอนกลางคืนเสียอีก

ในที่สุด กัปตันก็ลงไปตรวจที่ห้องเครื่องใต้ท้องเรือ

เขาพบสาวน้อยหุ่นสะท้านใจที่นั่น หล่อนสารภาพความจริงทุกอย่าง พร้อมกับสัญญาว่า

“ฉันจะลักลอบเข้าฝรั่งเศสโดยไม่ให้คุณเดือดร้อนเลย”

กัปตันถอนใจ

“โอ.เค อีหนู เธอจะไปฝรั่งเศส แล้วไอ้ช่างเครื่องลูกน้องของฉันมันก็อาสาจะพาเธอไป ยอดจริงๆไอ้นี่ ให้ตายสิ เรือลำนี้มันไปไม่ไกลยังงั้นหรอก นี่มันเรือส่งสินค้าข้ามฟากแม่น้ำเจ้าพระยาเท่านั้นเองนะ อีหนู”

พฤศจิกายน พ.ศ. 2534

หนักกว่าเก่า

Filed under: คลายเครียด — witclub @ 7:27 am

สมชายมีปัญหากับแฟนสาว จึงไปปรึกษาจิตแพทย์

สมชาย : แฟนผมโกรธ ทำยังไงก็ไม่ยกโทษให้

หมอ : แก้ไม่ยาก ก็ขู่ว่าจะไปบวชซิ

วันนั้นตอนเย็นที่บ้านแฟน

สมชาย : ที่รักถ้าคุณไม่ยกโทษให้ผม ผมจะไปบวชและไม่สึกเลย

แฟนสาว : แล้วจะให้ฉันช่วยใส่ซองเท่าไหร่ล่ะ

จาก สีโบว์ เชียงราย
พฤศจิกายน พ.ศ. 2534

อาการแปลก

Filed under: คลายเครียด — witclub @ 7:26 am

อภิชัย รู้สึกว่ามีอาการผิดปกติกับตัวเองเป็นอย่างมาก เขาจึงไปปรึกษาหมอ

อภิชัย : หมอครับ หมู่นี้ผมมีอาการแปลกๆครับหมอ พอได้ยินเสียงเพลงนะ ขามันกระดุกกระดิกอยากจะเต้นขึ้นมาให้ได้ บางครั้งก็คันหูตอนได้ยินเพลงมันส์ๆ ผมเป็นอะไรเหรอหมอ?”

หมอ : อ๋อ อาการเจนะเคยได้ยินหรือปล่า

จาก อภิชัย อุบลฯ
พฤศจิกายน พ.ศ. 2534

จะรอดเปล่าเนี้ย

Filed under: คลายเครียด — witclub @ 7:26 am

ป้าบัวศรี เป็นคนไข้ (บ้า) อยู่สถานพยาบาลหลังคาแดงมานานแล้ว และอาการดีขึ้นมาก วันนี้จะกลับบ้านได้ หมอจึงมาตรวจเป็นครั้งสุดท้าย

หมอ : ป้ารู้สึกยังไงบ้าง?

ป้าบัวศรี : หมู่นี้เป็นงัยไม่รู้ กินข้าวไม่ได้มาหลายวันแล้ว วันๆกินแต่ก๋วยเตี๋ยวแล้วนี่ป้าจะอยู่รอดมั้ยเนี้ย

จาก ป้าบัวศรี ศรีธระเกศ
พฤศจิกายน พ.ศ. 2534

เชื่อโบราณ

Filed under: คลายเครียด — witclub @ 7:25 am

ผู้จัดการหนุ่มกำลังอารมณ์เสียเป็นอย่างมากกับการทำงานที่ช้ามากของเลขาสาว

Boss : คุณทำงานช้าแบบนี้ ธุรกิจผมก็เจ๊งป่นปี้หมดน่ะซิ

เลขา : ดิฉันทำตามสุภาษิตที่ว่า “ช้าๆได้พร้าเล่มงาม” นี่คะ

Boss : เดือนนี้คุณก็รับพร้าแทนเงินเดือนแล้วกัน

จาก Boss กทม.
พฤศจิกายน พ.ศ. 2534

ไม่คอรัปชั่นเลยนะ

Filed under: คลายเครียด — witclub @ 7:25 am

บริษัทประมูลสร้างถนนพยายามจะเอาใจเจ้าหน้าที่การทางโดยเนอรถยนต์ให้หนึ่งคัน

เจ้าหน้าที่การทาง… (เอาน่า จะระดับรัฐมนตรีหรือระดับไหนก็ช่างเถอะน่า) เขาปฏิเสธ โดยกล่าวว่า มันเป็นการผอดศีลธรรมที่จะรับของขวัญจากเอกชนผู้มาติดต่อราชการ

“พูดตรงๆ ถ้าผมรับของขวัญจากคุณล่ะก็เท่ากับผมคอรัปชั่นนั่นเอง”

“งั้นเอางี้สิครับ” ผู้รับเหมาว่า “ถ้าคุณคิดว่าของขวัญของผมเป็นการให้สินบน และมันผิดศีลธรรมถ้าหากคุณจะรับ ผมก็จะเสนอขายรถให้คุณดีกว่า คันละ 500 บาท เป็นไงครับ?”

เจ้าหน้าที่ทางการนิ่งอึ้ง คิดอยู่ครู่หนึ่งก็บอกว่า

“ถ้าอย่างนั้นล่ะก็ ผมขอซื้อ 2 คันว่ะ

พฤศจิกายน พ.ศ. 2534

เล่น 2 เลยนะคะ

Filed under: คลายเครียด — witclub @ 7:24 am

ในชั่วโมงภาษาไทย ครูกำลังอธิบายถึงคำว่า สามี นักเรียนหญิงคนหนึ่งสงสัย จึงยกมือถาม

นักเรียน : คุณครูขา มีสามีมันส์มากมั้ยคะ

ครู : เธอก็ลองเอาไม้ขนไก่ปั่นหูดูซิถึงจะรู้ว่ามันส์ยังไง

นักเรียน : หนูขออนุญาติปั่น 2 ข้างเลยจะได้รู้ว่ามีสามี 2 คน มันส์ยังไงนะคะ

จาก เด็ก ‘ 18
พฤศจิกายน พ.ศ. 2534

คนใจบุญ

Filed under: คลายเครียด — witclub @ 7:23 am

พนพิมล คุยกับ พักตร์พริ้ง

“วันนี้ฉันสบายใจจังที่ได้ทำบุญ เมื่อเช้าฉันให้ทานคนยากจนไป 100 บาท”

“โอ้โฮ !” คุณพักตร์พริ้งอุทานทำตาโต “คุณให้ทานทีละตั้ง 100 บาทเชียวเรอะ มากเกินไปนะ แล้วคุณคมน์สามีคุณว่าอะไรมั้ย”

“ไม่ว่าเลย เขาดีใจมาก ขอบคุณฉันใหญ่เลยที่ให้เงินเขาตั้งร้อย”

พฤศจิกายน พ.ศ. 2534

มกราคม 16, 2005

DNA Microarray ชีวะเพื่อชีวิต

Filed under: การเรียนรู้ — witclub @ 5:36 am

ลัดดา หงส์ลดารมภ์

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ

ถึง แม้ว่าทุกๆ เซลล์ในร่างกายมนุษย์มีข้อมูลทางพันธุกรรมที่เหมือนกัน แต่ว่ามีการแสดงออกที่ต่างกัน เราจะเห็นว่าเซลล์ในส่วนต่างๆ ของร่างกายเรามีความแตกต่างกัน ทั้งนี้เนื่องจากยีนที่มีอยู่มากมายในเซลล์แต่ละชนิดทำงานไม่พร้อมกัน ตัวอย่างเช่น ยีนซึ่งผลิตเอนไซม์ที่ใช้ในการกำจัดสารพิษจะทำงานมากในตับ แต่ไม่ทำงานเลยในเซลล์ที่สร้างกระดูก การที่จะศึกษาว่ายีนใดที่ทำงานต่างกันในเซลล์ตับและเซลล์กระดูก ฟังดูเหมือนเป็นเรื่องยาก แต่ในปัจจุบันสามารถทำได้ง่ายขึ้นด้วยเทคโนโลยี DNA microarray (หรือ DNA chips)

เทคโนโลยี DNA microarray นั้น เกิดจากการสังเคราะห์ดีเอ็นเอขึ้นมาจำนวนหนึ่งเพื่อเป็นตัวแทนของยีนทุกๆ ยีนที่ทราบจากเซลล์ของมนุษย์ โมเลกุลของดีเอ็นเอเหล่านี้จะถูกหยอดเรียงกันอยู่บนแผ่นแก้วบาง (ขนาดเพียง 1.6 x 1.6 ตารางเซนติเมตร) โดยแต่ละชนิดของโมเลกุลจะมีตำแหน่งที่แน่นอน ดังนั้นในแผ่นแก้วบางแผ่นเดียวสามารถบรรจุโมเลกุลของดีเอ็นเอ ซึ่งเป็นตัวแทนของยีนนับพันได้ในพื้นที่จำกัด

จากนั้นเมื่อเรานำ mRNA (หน่วยที่จำลองมาจากยีนที่กำลังทำงาน) ซึ่งสกัดมาจากเซลล์ที่สนใจ (ตัวอย่างเช่น เซลล์ตับ) มาติดฉลากด้วยสีและนำมาจับกับแผ่นแก้วนี้ mRNA ที่เป็นหน่วยจำลองจากยีนตัวใดก็จะจับอย่างเหนียวแน่นกับโมเลกุลของ DNA ที่แทนยีนตัวนั้นบนแผ่นแก้ว เมื่อนำแผ่นแก้วไปล้างและตรวจดูสี ตำแหน่งที่มีสีคือตำแหน่งที่ mRNA เกาะติดอยู่ ซึ่งคือตำแหน่งของยีนที่กำลังทำงานอยู่ในเซลล์ตับ เช่นเดียวกันเมื่อเราใช้วิธีนี้กับ mRNA ที่มาจากเซลล์สร้างกระดูก เราก็จะรู้ได้ว่าในขณะเดียวกันมียีนใดบ้างที่กำลังทำงานอยู่ในเซลล์กระดูก และเปรียบเทียบกับผลจากเซลล์ตับ

ณ ปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์เริ่มใช้เทคโนโลยีนี้แล้ว และคาดว่าจะมีความสำคัญเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากเราสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลายประการ เช่น ในการศึกษาโรคที่เราไม่ทราบว่ามียีนใดเข้ามาเกี่ยวข้อง เราสามารถเปรียบเทียบได้ว่ามียีนใดบ้างที่ทำงานแตกต่างกันระหว่างในผู้ป่วย และในคนปกติ ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของโรคนั้น หรืออาจนำเทคโนโลยีนี้ไปใช้ศึกษาเชื้อโรคที่ดื้อยา เพื่อค้นหาว่ามียีนตัวใดที่ทำงานต่างกันในเชื้อที่ดื้อยาและไม่ดื้อยา เพื่อปรับปรุงยาให้ดีขึ้น

ข้อมูลจากโครงการวิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา/ไบโอเทค

มกราคม 14, 2005

นอนกรนบั่นทอนสติปัญญาความคิด

Filed under: การเรียนรู้ — witclub @ 5:57 pm

สถานพยาบาลเมืองเบียร์ ชักชวนให้นักกรนทั้งหลาย ไปรักษาด้วยการผ่าตัด เล็กด้วย เลเซอร์แก้เสีย เพราะการนอนกรน อาจทำให้ปัญญาเสื่อมได้

สถาน พยาบาลเมดิกา มันไฮล์ ได้ยกการศึกษาวิจัย ในสหรัฐฯขึ้นมาอ้างว่า การนอนกรนนอกจากจะสร้างความรำคาญ ให้แก่ผู้อื่นแล้ว ยังเป็นเหตุ ให้เซลล์สมองตาย เนื่องจาก ขาดออกซิเจน ในการทดสอบสติปัญญา รวมทั้งความว่องไว ของปฏิกิริยาและการประสานงาน กับการเห็นของผู้ที่นอนกรน ก็ได้ผลออกมาไม่ดี
ผู้เชี่ยวชาญ ของสถานพยาบาลแนะว่า การนอนกรนสามารถ รักษาแก้ได้ด้วยการผ่าตัดด้วยเลเซอร์ โดยเลาะเล็มเอาเนื้อเยื่ออ่อน ตามปากและหลอดลมออกเสียบ้าง เพื่อช่วยให้หายใจ เวลานอนสะดวกขึ้น

หน้าต่อไป

บลอกที่ WordPress.com .