ชมรมศึกษาผลงานวิทยากร เชียงกูล

มีนาคม 30, 2007

การเขียน blog กับเทคนิคการสร้างสายใยมิตรภาพระหว่าง blog อย่างเหนียวแน่น กับการหาเพื่อนแท้สักคน!!!

Filed under: การเรียนรู้, ไอที — witclub @ 4:09 pm

หลายคนทำ blog ขึ้นมา เพื่อเป้าหมายหลักคือ หารายได้ ติดโฆษณา และพยายามทำให้คนอื่นๆ คลิกเข้ามาดู blog ของตัวเองบ่อยๆ เพื่อเพิ่มยอดสถิติ

พอไม่ได้ดังที่หวัง ก็เลิกกันไป

ความจริงถ้าไม่คิดในแง่ธุรกิจแล้ว เราสามารถสร้าง blog และสานสายใยมิตรภาพให้เกิดขึ้นได้อย่างเหนียวแน่น
เคยคิดจะทำเช่นที่ว่านี้ไหมล่ะครับ

ในแต่ละวัน คุณมีโอกาสที่จะท่อง net ไปได้หลายเวบ หลายที่ สามารถที่จะเข้าไปอ่าน blog ได้ร้อยแปด พันเก้าแห่ง

แต่ถ้าคุณค้นพบ blog ที่มีเนื้อหาที่บันทึก ในแบบเดียวกับคุณ รอช้าไม่ได้ครับ ควรรีบสร้างสายใยมิตรภาพทันที
เพื่อนที่เรารู้จักนั้น สามารถมีกันได้หลายคน แต่เพื่อนแท้ และเพื่อนตาย มีกันได้ไม่กี่คน
ถ้าเราท่อง blog จนค้นพบคนที่สนใจเรื่องเดียวกับเรา เทคนิคการสร้างสายใยมิตรภาพอย่างเหนียวแน่น คือ เราต้องเกาะติดกับ blog นั้นครับ หากเราจะคบกับคนเขียนบันทึกนั้น ในแบบที่สนิทสนมมากกว่าคนอื่นๆ

เมื่อเขาเขียนบันทึกที่เราโดนใจ อย่ารอช้าที่จะเข้าไป comment
เมื่อ comment แล้ว กลับมาเปิดดูด้วย หากเขา comment ตอบแล้ว เราสามารถที่จะเขียนความเห็นต่อไปได้อีก เรียกว่า คุยให้ลึกซึ้ง แตกฉานกันไปเลย… แต่หลายคน เมื่อเข้าไปเขียน comment แล้ว ไม่ค่อยได้ไปติดตามต่อ หรือเข้าไปเขียน ชวนคุยต่อไปเรื่อยๆ

ยิ่งถ้าเจ้าของ blog นั้น เข้ามาดูบันทึกบ่อยๆ เรียกว่า เขียนความเห็นไปไม่นาน แล้วเขาก็เข้ามาตอบในระยะเวลาไม่นานนัก แล้วเราเขียนความเห็นในบันทึกนั้นต่อลงไปอีก แล้วเค้ายังมาเขียนตอบอีก

แสดงว่า คุณได้ค้นพบคนที่ใส่ใจความรู้สึก และมีเวลาที่จะพูดคุยกับคุณได้บ่อยๆผ่านทาง ง blog ไปจนถึง chat และช่องทางอื่นๆ

แต่กว่าที่เราจะค้นพบเพื่อนแท้ในแบบนี้ เราต้องใช้ความพยายามในการค้นหา และติดตามหน่อย
วิธีที่ง่ายในการติดตาม นั่นคือ การดึง rss feed จาก blog ไปอ่านใน โปรแกรมสำหรับอ่าน Rss Feed เช่นดึงไปอ่านใน mail.yahoo.com, bloglines.com หรือ Google reader


ซึ่งการใช้โปรแกรมนี้ จะทำให้ง่ายในการติดตามความเคลื่อนไหวของหลายๆ blog และสามารถค้นหาเพื่อนแท้จาก blog มากมายได้อย่างไม่ยากนัก

ละครตากสินมหาราช สะท้อนถึงคนไทยในปัจจุบัน

Filed under: การเมือง — witclub @ 10:50 am


ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ในตอนนี้ ละครช่อง 3 นำเสนอเรื่อง พระเจ้าตากสินมหาราช นำแสดงโดยฉัตรชัย เปล่งพานิช รับบทพระเจ้าตากสิน…

ดำเนินเรื่องราวตั้งแต่ช่วงก่อนกรุงศรีอยุธยาแตก มาจนถึงกู้ชาติ กู้เอกราช ตั้งกรุงธนบุรีได้สำเร็จ ไม่ว่าจะยุคนั้น หรือยุคนี้ คนไทยมักจะแตกแยกกันได้เรื่อยๆ

ตอนนี้ มีม็อบของกลุ่ม PTV และกลุ่มเรียกร้องประชาธิปไตยต่างๆ ต่อต้าน คมช และรัฐบาล เฮ้อ….

หยิบหนังสือพิมพ์มาอ่านบทความต่างๆ ที่พูดถึงต่างประเทศทั้ง สิงคโปร์ เวียดนาม อินเดีย จีน แต่ละประเทศ ดูมีอนาคตสดใส คนในชาติอยู่ดีมีสุข เจริญก้าวหน้า

แต่คนไทย ยุ่งกันไม่เลิก ทะเลาะกันไม่จบ
ทำไมคนไทยถึงไม่รักกัน ไม่สามัคคีกันเสียที…

ที่ไม่ชอบนัก คือ การที่คนในม็อบ PTV บางคน ปาไข่ ตะโกนด่าทอ เจ้าหน้าที่เทศกิจ จนถึงขั้นปาไข่เข้าใส่ บางคนอารมณ์รุนแรง พูดจาจาบจ้าง พาดพิงบุคคลคนอื่น

มีบางคน มันปากมากไปหน่อย พูดพาดพิงสถาบันอันเป็นที่เคารพของคนไทย!!!

หลายคนเชื่อว่า..
“ถ้าเล่นของสูง ชีวิตจะตกลง ชีวิตจะพลิกผันไปในทางที่แย่ลง”

เมื่อไหร่คนไทยจะรักชาติ เหมือนพระเจ้าตากสินมหาราชบ้างนะ

รัฐธรรมนูญมาตราที่ 67 (2)

Filed under: การเมือง — witclub @ 6:56 am

ดูท่าจะเป็นประเด็นร้อนขึ้นมาทันที กับการร่างรัฐธรรมนูญ มาตราที่ร่างได้ยากที่สุด
” กรณีที่เกิดวิกฤติการณ์ เกิดทางตันทางการเมือง หรือเกิดภาวะคับขันทางการเมืองขึ้น จะให้มีการเชิญประชุมประมุขหลายฝ่าย ตั้งแต่นายกรัฐมนตรี นิติบัญญัติ, ศาล.. เพื่อหาทางออกทางการเมือง….”

คิดไปไกลถึงอาจจะมีการตั้งนายกฯ ขึ้นมาแก้ไขวิกฤติ เพราะไม่อยากให้เกิดการปฏิบัติ รถถังออกมาแล่นอีกครั้ง และเกิดการฉีกรัฐธรรมนูญอยู่บ่อยๆ

เมื่อคิดขึ้นมาแล้ว ก็ถูกทักท้วงขึ้นมาว่า จะเป็นการเปิดทางให้คนนอกมาเป็นนายกหรือเปล่า หรืออาจจะทำให้เกิดอำนาจ 4 ฝ่าย จากเดิมที่มี 3 ฝ่าย คือ นิติบัญญัติ บริหาร , ตุลาการ

แล้วคณะบุคคลที่จะมาร่วมประชุมนี้ เอาอำนาจประชาชนมาใช้แทนได้อย่างไร

ที่คิดเช่นนี้สืบเนื่องมาจากการเกิดวิกฤติการณ์ทางการเมืองในช่วงปี พ.ศ. 2549

ดูท่าจะวุ่นวายไม่จบ สำหรับการเมืองไทย ไม่ว่าจะร่างดีอย่างไร นักการเมืองก็สามารถพลิกแพลงให้เกิดประโยชน์เพื่อตัวเองได้ตลอดเลย..

เทคนิคการแก้ไขชื่อคนเขียนบันทึกใน blogspot

Filed under: ไอที — witclub @ 1:01 am

ในการเขียนบันทึก หรือเข้าไปเขียน comment ใน blog ต่างๆใน blogspot นั้น
เราสามารถทำการเปลี่ยนชื่อได้ตามที่ต้องการ
เมื่อทำการ log in เข้าระบบ ชื่อที่เปลี่ยนใหม่ จะปรากฏโดยอัตโนมัติทุกๆบันทึก หรือความเห็นที่เข้าไปเขียน
และเมื่อเปลี่ยนชื่อใหม่ ทุกๆที่ที่เคยเข้าไปเขียนไว้ จะเปลี่ยนตามชื่อที่เปลี่ยนไปนั้นโดย

1. login เข้าสู่ระบบของ blogger.com
2. เข้าสู่หน้า Dashboard ดังภาพ แล้วคลิกที่ Edit Profile (or View) (ซึ่งอยู่ด้านขวา ..ดังภาพในข้อ 3)

Dashboard

3. ทำการเปลี่ยนชือในส่วน Display Name ตัวอย่าง ชื่อ Biz stone คลิกแก้ไขที่ Edit Profile
(คุณสามารถใส่รูปภาพได้ตามต้องการ หากไม่ต้องการ ปล่อยว่างไว้)
Edit Profile

4.ดูที่ส่วน Identity section ทำการเปลี่ยนชื่อที่ Display Name:
ซึ่งสามารถพิมพ์้ภาษาไทยได้

Nickname

5. เมื่อเสร็จสิ้นแล้ว คลิกปุ่ม save

Save your Profile

หมายเหตุ
สำหรับรายละเอียดในส่วน Privacy
กรณีที่ไม่ต้องการให้ข้อมูลส่วนตัวถูกเผยแพร่ สามารถคลิกเครื่องหมายถูกออกจาก check box ทุกอัน

Share my profile
Show my real name
Show my email address

Show my blogs

มุมมองแหลมคม จาก วาทกรรม-วรรณกรรม เรื่อง "การบรรยายในที่ประชุมสมาคมนักวิชาการแห่งชาติ"

Filed under: วรรณกรรม — witclub @ 12:59 am

เข้าไปอ่านบันทึกที่ http://anan.blogrevo.com/
ในเรื่อง “การบรรยายในที่ประชุมสมาคมนักวิชาการแห่งชาติ”
อ่านแล้วชอบใจ แต่คลิกเพื่อเขียนความคิดเห็นไม่ได้เลย
พอคลิกแล้ว ระบบฟ้อง

Bad Request
Your browser sent a request that this server could not understand.

สังเกตที่อยู่ลิงค์

การบรรยายในที่ประชุมสมาคมนักวิชาการแห่งชาติ
http://anan.blogrevo.com/2007/03/28/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e/

ห้องใต้ดิน
http://anan.blogrevo.com/2007/03/27/%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99/

เรื่องห้องใต้ดิน เข้าไปเขียนความเห็นได้ แต่ เรื่อง การบรรยายในที่ประชุมสมาคมนักวิชาการแห่งชาติ เขียนไม่ได้ อาจเป็นเพราะตั้งชื่อเรื่องยาวเกินไป
ระบบของ blog wordpress ใช้ชื่อภาษาไทยเป็น ลิงค์

ไม่เป็นไรครับ เอาข้อความที่โดนใจมาแปะไว้ในที่นี้ ถ้าคุณสุขพงศ์เปิดเจอ ค่อยกลับไปแก้ไขให้เข้าไปเขียนความเห็นได้ละกันนะครับ

“ทุกวันนี้พวกคุณบอกเราว่าต้องเข้าใจคนรุ่นใหม่ก่อน โธ่, พูดจาทำเป็นพี่เลี้ยงเด็กอะไรอย่างนั้น ไหนใครบอกผมทีสิว่าตลอดเวลา 20 ปีนับจากเราพูดวลีนั้นเป็นครั้งแรก-และพูดต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน เราเข้าใจอะไรเกี่ยวกับคนรุ่นบ้าง, ไม่ว่าจะรุ่นไหนก็เถอะ ทานโทษเถอะครับ, มนุษย์เป็น ๆ ที่มีอยู่ในคนรุ่นเรานั้น หากเรายังไม่เข้าใจ แล้วเราจะเอาพื้นฐานอะไรไปเข้าใจคนรุ่นใหม่ ๆ นี้ล่ะ ?”

คนจุดตะเกียง : อ่านแล้ว นึกถึงคุณภาพการศึกษาของคนรุ่นใหม่ที่สู้คนรุ่นก่อนไม่ได้เลย หลายคนคิดไม่เป็น ทำอะไรไม่ค่อยเป็น พึ่งพาแต่เทคโนโลยี
อาจเพราะคนรุ่นใหม่ เอาเวลาไปคิดกับเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องมากเกินไปก็ได้ จนทำให้ผู้ใหญ่ที่คิดเรื่องที่เป็นเรื่อง ไม่เข้าใจความคิดของคนรุ่นใหม่

“ตอนนี้แม้เรามีอะไรเจริญขึ้นมามากมายขนาดไหน คนก็ยังไม่สามารถจะดำรงชีวิตอยู่ได้ หากเขาไม่ได้ยืนยัน—ทำบัตรประจำตัวประชาชนเสียก่อน คุณครับ เฉพาะคนในศตวรรษนี้จริง ๆ ที่การยืนยันตัวตนไม่ได้เกี่ยวอะไรกับสิทธิพื้นฐานในการเอาตัวให้รอด มันเป็นเรื่องของตัวตนที่เตลิดมากเกินไปแล้ว นั่นน่ะ คุณอย่าปฏิเสธเชียวว่าไม่ได้เป็นผลจาก มนุษย์ที่อยู่ด้วยกันมากเกินไปโดยที่ได้รับเสรี ทั้งที่เขายังไม่พร้อมและไม่มีพื้นฐานในการสนับสนุนให้เสรีนั้นเป็นไปเพื่อ จุดหมายที่ “มนุษย์ผู้อยู่ร่วมกัน” พึงมี”

คนจุดตะเกียง : อ่านแล้ว นึกถึงคนไทยที่ไม่เคยรับรู้ในสิทธิของตนเอง ถูกละเมิดสิทธิหลายอย่างโดยไม่รู้ตัว เช่น สิทธิของผู้บริโภค สิทธิในการรับรู้ข่าวสาร
การดำเนินชีวิตในปัจจุบัน ต้องเดินไปตามรูปแบบหลายอย่างที่ไม่จำเป็นต่อชีวิตเลย ชีวิตคนเราต้องมีบางสิ่งเพื่อให้ชีวิตดูสมบูรณ์พร้อม ไม่งั้น คงไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ในปัจจุบันได้

“เรื่องที่คุณบอกว่าความจริง ไม่ได้มีมาตรฐานเดียว แต่คุณกลับใช้คำ “มาตรฐาน” กับ “ความจริง” นั่นจะไม่เป็นการเอาเปรียบความจริง ไปหน่อยหรือ ? มันจะไม่เป็นการเอาคำที่ความจริงไม่ได้เป็นคนพูดมาอ้างว่าความจริงพูดเพื่อ ทำให้เกิดการคล้อยตามไปหรือ ? ลองคิดดูนะครับว่าในโลกนี้ร้อยปีจะมีคนที่เรากล้าพูดว่าแสวงหาความจริงสัก กี่คน”

คนจุดตะเกียง : นึกถึงกรณีผู้ใหญ่หลายคนในบ้านเมืองใส่ “เกียร์ว่าง” จริงๆเลย

มีนาคม 29, 2007

หนุ่มบ้านเฮา สาวโรงงาน ของ คู่รัก คู่อ้อน ศร-อ้อ

Filed under: เพลงลูกทุ่ง — witclub @ 8:06 am


อัลบั้มเพลงคู่ เป็นงานที่หลายคนชอบฟังมากๆ ได้ความรู้สึกที่แตกต่างจากเพลงที่ฟังกันทั่วๆไป ที่ร้องคนเดียว แต่นานๆจะมีสักครั้งหนึ่งที่จะมีอัลบั้มร้องคู่กันออกมา เพราะลงทุนไปแล้ว ได้เงินเท่าไร ต้องมาหาร 2

ศร สินชัย และ ดอกอ้อ ทุ่งทอง จับคู่กันมาร้องเพลงคู่ชุด คู่รัก คู่อ้อน ตอนที่รู้จัก 2 คนนี้ตอนแรกๆ ไม่นึกว่า จะได้มาร้องเพลงคู่กันได้ ถ้าศร สินชัย ไปจับคู่ร้องเพลงกับ รัชนก ศรีโลพันธ์ และ ดอกอ้อ ไปคู่กับ มนต์แคน แก่นคูน เวลายืนคู่กัน จะดูดีกว่า

เพราะ ศร กับ รัชนก ผิวคล้ำๆ เข้ากันได้ ส่วน มนต์แคน กับ ดอกอ้อ ก็อีกแบบหนึ่ง

แต่พอศร กับ ดอกอ้อ มาร้องคู่กัน อ๊ะ น่ารักเหมือนกันแฮะ

เพลง หนุ่มบ้านเฮา สาวโรงงานฝีมือการแต่งของ ครู สลา คุณวุฒิ เรียบเรียงดนตรีโดย อ.บอย ธีระพงศ์ ศักดิ์แก้ว
Music video เป็นการสร้างฉากให้ทั้งคู่ยืนร้องเพลงโต้ตอบกัน ที่ได้บรรยากาศไปอีกแบบ

นึกว่า จะไปถ่ายทำในสถานที่จริง เหมือน MV หลายเพลงของศร สินชัย

ฟังเนื้อเพลงแล้ว อ้อนกันน่ารักจริงๆ

ศร : วันสงกรานต์กลับบ้านเฮาอยู่บ้อ ดอกอ้อ : ก็กลับละเน๊าะก็อยู่โรงงานตั้งนาน ศร : คึดฮอดอ้ายแม่นบ่ ดอกอ้อ : คึดฮอดแม่พ่อและคึดฮอดบ้าน

เสียงร้องแหลมๆกับเสียงทุ้มๆประสานกัน ฟังแล้วม่วนไปอีกแบบ ศรร้องโต้ไปก็ทำท่าน้อยใจสาวดอกอ้อที่ร้องออกมาแบบตอบไม่ตรงกันใจ จนสาวดอกอ้อร้องแซวว่า หัวยังไม่ล้านเลย อย่าใจน้อยสิ

2 คู่รักที่อยู่คนละแห่ง ติดต่อกันทางโทรศัพท์ แต่มือถือไม่ค่อยเป็นใจ เกิดสัญญาณมือถือหายไป ซึ่งคู่รักหลายคนก็เจอปัญหานี้ เลยถูกหยิบมาร้องในส่วนท้ายของเนื้อเพลงนี้

ศร : ….สัญญาณ 2 ขีด ขยับนิดเดียวคลื่นหาย ดอกอ้อ : น้องกะคือกัน เว้านานก็ย้านเจ้านาย งั้นพอซำนี้เด้ออ้าย ไว้เจอกันที่บ้านเฮา สัญญาเจอกันที่บ้านหลังเก่า กระท่อมใจเหงา…

ดอกอ้อ :…. จ้า เดี๋ยวพ่อกัน ศร : คึดฮอดหลายเด้อ ดอกอ้อ : จ้า..คือกัน

ถ้าใครได้นั่งชม MV เพลงนี้แล้ว หัวใจรักคงจะสดชื่นยิ่งขึ้น

ข้อมูลเพิ่มเติม
รายชื่อเพลงในอัลบั้ม
CD Karaoke ศร สินชัย * ดอกอ้อ ทุ่งทอง หนุ่มบ้านเฮา สาวโรงงาน

1. หนุ่มบ้านเฮา สาวโรงงาน (ศร สินชัย – ดอกอ้อ ทุ่งทอง)
2. ค่าดองน้องออกช่วย (ศร สินชัย – ดอกอ้อ ทุ่งทอง)
3. อิจฉามือถือ (ศร สินชัย – ดอกอ้อ ทุ่งทอง)
4. มองจันทร์วันคึดฮอด (ดอกอ้อ ทุ่งทอง)
5. ผญาฮักจากคนคอย (ศร สินชัย)
6. ซ่อมฮักที่บ้านเฮา (ศร สินชัย – ดอกอ้อ ทุ่งทอง)
7. บ้านอ้ายเอิ้นว่าฮัก (ศร สินชัย – ดอกอ้อ ทุ่งทอง)
8. คิดได้จั่งใด๋ (ศร สินชัย)
9. คึดนำเขาเฮ็ดหยัง (ดอกอ้อ ทุ่งทอง)
10. สั่งนางข้านโพน (ศร สินชัย – ดอกอ้อ ทุ่งทอง)

"หัวใจรัก"

Filed under: NB_love, ความรัก — witclub @ 7:58 am
“หัวใจรัก”ในครั้งนี้
เธอรู้แล้วว่า..เธอได้พบกับความรักของผู้ชายคนที่ใฝ่หามาเนิ่นนานแล้ว..
ชาย..ผู้ซึ่งเป็นทั้งเพื่อน..พี่..และคนรัก
แม้ว่า..ความรัก..จากเค้า..จะไม่แสดงออกด้วยคำพูด..แต่
การกระทำ..เพื่อคนที่เค้ารัก..มากมาย..เพื่อที่จะทำให้รักมีคุณค่า
ให้คนที่เค้ารักมีความสุข..แค่เพียงจากแววตาของเธอที่เปล่งประกาย
ให้คนที่เค้ารักหายคลายร้อน..จากเศษกระดาษที่พัดวีให้
ห่วงใยใส่ใจดูแลคนรักของเค้า..ด้วยความที่เธอเป็นคนขี้ลืม
เค้าต้องคอยเทียวถามเธอ..ขณะเดินทาง..ลืมอะไรมั้ย..เก็บครบหรือยัง
กระเป๋าครบทุกใบหรือเปล่า
สิ่งต่างๆ เหล่านี้
ในตัวผู้ชายคนนี้..เธอ..ซึ่งหัวใจมิใช่หินผา
มีหรือที่จะไม่ซึมซับ..และรับเอา..”หัวใจรัก” จากเค้ามาโดยง่าย
มิใช่ง่ายเลยสำหรับเธอ..ในการจะรักใครสักคน
ใคร ..ที่จะเข้ามาครอบครอง..”หัวใจรัก”..ของเธอ..
ด้วยเธอ..ผู้ได้รับบาดแผลและความบอบช้ำ..จากรัก..เมื่อครั้งวันวาน
จนหัวใจด้านชากับรัก..มาช้านาน
..แต่..
เค้า..ได้พิสูจน์แล้วถึง..หัวใจรัก..ที่มีต่อเธอ
ซึ่งแม้ว่า..จะน้อยด้วยคำพูด..แต่มากด้วยการกระทำ
วันนี้..เค้า..ได้ “หัวใจรัก” จากเธอไปแล้ว…

บันทึกรักจากชายคนหนึ่ง ; รอยยิ้มของเธอ….ที่รอคอย

Filed under: NB_love — witclub @ 7:56 am

บนเส้นทางและระยะเวลาของความรักของคนคู่หนึ่ง ย่อมมีทั้งช่วงเวลาที่สุข และทุกข์ ช่วงเวลาที่เข้าใจกัน และไม่เข้าใจกัน ซึ่งหลายครั้งที่ความไม่เข้าใจกันนั้น เกิดจากเรื่องที่..เข้าใจไปเอง

เช่นเดียวกับความรักของชายคนหนึ่ง กับผู้หญิงของเขาที่เกิดขึ้นในเวลาอันรวดเร็ว
ในระยะเวลาที่ผูกพันกันไม่นานนัก ยังคงมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องการคำตอบ

บางสิ่งบางอย่างก็ยากแก่การเข้าใจ ซึ่งต้องใช้เวลา
บันทึกรักของชายคนหนึ่งได้เก็บประเด็นนี้ไว้…

..กว่าจะได้พบรอยยิ้มของเธอ จากความไม่เข้าใจในวันวาน เขาต้องรอคอยอยู่หลายวัน กว่าที่วันนั้นจะมาถึง..

เมื่อราว 10 วันก่อน ด้วยความไม่เข้าใจบางอย่างของเธอ ทำให้เขาต้องคิดหนัก
ความรู้สึกที่เกิดขึ้น ได้ถูกถ่ายทอดมาในเมล์ของเธอที่ส่งถึงเขา

++++

เมื่อคืนฉันนอนไม่หลับ..ฉันกลุ้มใจมากฉันไปหาเพื่อน..เพื่อนถามว่าเป็นอะไร..ฉัน
ไม่รู้จะบอกเพื่อนว่าไง..นอกจากร้องไห้อย่างเดียว..

กลับบ้านพัก 4 ทุ่ม จะนอนก็นอนไม่หลับ
พยายามโทรหาคุณแต่คุณไม่รับเลย ..บางครั้งก็ปิดโทรศัพท์..ฉันคิดมากเลยฉันกลัวว่า..ตัวฉันจะทำให้คุณเกลียดแล้ว..คุณบอกให้เวลาฉัน 48 ชั่วโมง
คุณรู้มั้ยแค่หลังจากคุณวางโทรศัพท์และปิดไม่ถึง10 นาทีเลย ฉันรู้ตัวเอง
ว่าฉันใช้อารมณ์ตัดสินความรักและความปราถนาดีจากตัวคุณ
คุณอยากให้ฉันมีความสุข..กับสิ่งที่ฉันชอบ
..แต่ฉันแปรเจตนาของคุณเป็นอย่าง
อื่น..ฉันดูถูกความรักของคุณ..คุณให้ฉันได้อธิบายได้มั้ยว่าเพราะอะไร
..ฉันรอถึง 48 ชั่วโมงเหมือนที่คุณว่าไม่ได้
คุณจะยกโทษให้ฉันได้มั้ย..

ฉันทำของขวัญวันเกิดให้คุณแล้วเมื่อคืนหลังจากที่ฉันหาเรื่องคุณ
คุณเข้าไปอ่านหรือยัง..จริงอย่างที่คุณพูด

ฉันฝันว่าโทรหาคุณแล้วคุณถามว่าฉันกินเหล้าหรือเปล่า..ฉันบอกว่าฉันไม่ได้กิน..
เพราะคุณไม่อยากให้ฉันกินเวลากลุ้มใจ
แล้วฉันก็ตื่นขี้นมาเมื่อตอนตี 2 เศษๆ โทรหาคุณ ติด
มีสัญญาณ แล้วก็ส่งอวยพร” happy brith day.ขอโทษนะ ” ให้คุณ
คุณจะเชื่อฉันหรือเปล่าฉันไม่ได้กินเหล้าหรือเบียร์เลย

ฉันนั่งคิดทบทวนและก็เปิดบันทึกรักของเราอ่าน

เช้านี้ฉันตาบวมหมดเพราะเมื่อคืนร้องไห้ตลอด
..ฉันกลัว..กลัวว่าคุณจะไม่รักฉัน
เหมือนเดิมแล้ว..ฉันกกลัวสารพัดเกี่ยวกับความรู้สึกของคุณ
แล้วคุณนอนหลับมั้ย
..ที่รัก..ฉันเสียใจมากกับการกระทำของตัวเอง
ภาวนาให้ถึงเช้าเร็วๆ จะได้ ครบกำหนด 48 ชั่วโมง

จน 6 โมงเช้าก็ส่งข้อความหาคุณอีก
รายงานการส่งคุณได้รับแล้ว ..แบตเตอรีโทรศัพท์หมด..ไม่มีที่ชาร์ทเพราะลืมไว้ที่ทำงาน
..8 โมงเช้าไปทำงานโทรตู้สาธารณะหาคุณ..แต่ไม่มีสัญญาณ

คุณไปทำงาน..วันนี้..คุณได้บอกฉันไว้แล้ว..แต่เมื่อวานมีปัญหา..คุณคงกลุ้มใจ..
ไม่สบายใจ..เหนื่อย..แล้วยังต้องมาเสียใจกับคนบ้าๆ
แบบฉันที่คุณบอกว่า..ฉันมีค่าเหลือเกินสำหรับคุณ

ตอนนี้ฉันยังมีความหมายแบบนั้นในใจคุณอยู่หรือเปล่า..

ฉันอยากไปหา..ไปกอดคุณและอยากจะซบไหล่ของคุณร้องไห้เหลือเกิน..เวลาที่คุณให้ฉัน
ทบทวนมันนานเหลือเกิน..นานจริง ๆ
คุณอยู่ไหน..ทำอะไรอยู่..เปิดโทรศัพท์คุยกับ
ฉันได้มั้ย..ฉันขอไม่รอเวลา 48 ชั่วโมงได้มั้ย..

ฉันรู้แล้วว่าฉันต้องการอะไร..คุณไม่ได้เป็นที่พักใจยามเหงา..คุณเป็นมากกว่า
นั้น..คุณคือความจริงที่ปราถนา..ฉันได้อ่านบทกวีของ
คาลิล แล้ว ถ้าคุณจะบันทึกให้ฉันได้อ่าน..ฉันก่านแล้วค่ะ..และมันเจ็บปวดเหลือเกิน..

ในอีก 10 กว่าวันต่อมา เมื่อสิ่งที่ผู้ชายคนนี้ ได้ทำให้เธอ และแล้ว สิ่งที่ตั้งใจไว้ ก็บังเกิดผล เธอได้รับข้อมูลข่าวสารในสิ่งที่เธอชื่นชอบ อย่างคาดไม่ถึงมาก่อน ทำให้เธอเกิดความสุขอย่างล้นเหลือ …

กว่าที่เขาจะได้รอยยิ้มของเธอ…ที่รอคอย เมื่อ 10 วันที่แล้ว ก็เกือบเอาตัวไม่รอดเหมือนกัน….

นี่คือ ข้อความจากเธอที่ส่งถึงเขา ในวันที่มีรอยยิ้มของเธอ…

ความรัก Date: Wed, 28 Mar 2007

คุณ..จ๋า..

เป็นไงมั่งวันนี้งานหนักมั้ย
…เหนื่อยหรือเปล่าจ๊ะ..ส่งใจมาใกล้ชิด คุณทุกวันนะค่ะ..อย่าเพิ่งน้อยใจฉันนะ..เมื่อบ่ายนี้ฟังดูยังไงก็ไม่รู้..พิกลอยู่
เหมือนกัน..ฉันรู้ว่าคุณหวงฉันนะหึงด้วยหรือเปล่าค่ะ…แต่หัวใจฉันก็ปิดตาย
สำหรับคุณคนเดียวแล้วนะ..คุณก็น่าจะรู้ดีนะ..คุณทำให้ฉันมีความสุขเสมอ..เมื่อ
เจอกัน..หรือแม้ในความคิดถึงก็เป็นสุขตลอด..

ฉันอยากจะทำให้คุณมีความสุขจังเลย..
ทำไงน๊า..แต่วันนี้มีรางวัลให้คุณนะ
..คิดไว้แล้วกันนะค่ะ ว่าจะอยากได้อะไร

เหมือนเรา..คิดถึงกัน..อยู่ไกลกัน..รอเวลาให้ได้เจอกัน…และห่วงใยกัน..

..แต่คุณเชื่อมั้ย..ตอนจากกันนี่ซิมันทรมานนะ
..จำวันที่ไปเที่ยวที่ภูกุ้มข้าวได้มั้ย..คุณรอส่งฉันอยู่ข้างล่าง..ฉันอยากจะร้องไห้จังเลย..แล้ววิ่งเข้าไปกอด
คุณบอกว่าฉันคิดถึง..และไม่อยากจากคุณไป

***ถ้าเป็นฉันก็อยากจะหลับไปในซอกไหล่อุ่นๆ
ของคุณ และเสียงห้าวๆ ของคุณที่กล่อมให้ฉันนอนหลับฝันดี***

การทำ blog แบบไม่เหงาใจ เทคนิคการติดตามดูอย่างลึกซึ้งว่า มีคนเข้ามาดู blog ของเราขนาดไหน

Filed under: พฤติกรรมสุขภาพ, ไอที — witclub @ 7:28 am

สำหรับคนที่สร้าง blog เขียนบันทึกในหลายๆที่ เขียนบันทึกไปแล้ว ดูเงียบๆเหงาๆ ไม่รู้ว่า มีใครเห็นหรือเปล่า มีคนมาเปิดอ่านบ้างไหม เขียนมาตั้งนาน ไม่มีใครมาเขียนความเห็นไว้มั่งเล้ย

นานวันไป ชักเหงาใน ท้อใจ จนเลิกเขียนไปเลย

แต่เรามีเทคนิคการติดตามดูอย่างลึกซึ้งว่า มีคนเข้ามาเปิดดู blog ของเราขนาดไหน แม้ว่า จะไม่มีคนมาเขียนความเห็น แต่ถ้าเราเห็นร่องรอยคนที่เข้ามาดูบันทึกของเรา ว่ามาจากที่ไหน เวลาไหน เข้ามาดูกี่นาที มาตอนกี่โมงกี่ยาม ฯลฯ

จะทำให้เราเห็นความลับหลายอย่างซ่อนอยู่

เทคนิคที่ว่านี้ ไม่ยากครับ โดยการติดตัวนับสถิติหรือ stat counter เข้าไปเลย
บางคนอาจจะอาย ที่จะติดสถิติที่โชว์ตัวเลข อายตัวเลขที่น้อยกว่าชาวบ้าน
ตอนเริ่มต้น ก็เริ่มจากตัวเลขน้อยๆ นานวันไป มันก็เพิ่มขึ้นเอง
การที่มีบันทึกให้อ่านเรื่อยๆ คนก็จะได้เข้ามาอ่านเรื่อยๆ ถ้านานๆเขียนบันทึกที ใครจะเข้ามาอ่านบ่อยๆล่ะครับท่าน ถ้าเข้ามาแล้ว เห็นบันทึกเก่าๆหลายหน คนดูก็เลิกเข้ามาดูเหมือนกัน

ตัวนับสถิติที่แนะนำให้ติด เพราะให้ข้อมูลที่ละเอียดมาก คือ sitemeter นั่นเอง

http://www.sitemeter.com/

ตัวนับสถิติตัวนี้ เก็บข้อมูลละเอียดมากๆ โดยคุณที่มีบล็อก สามารถสมัครได้ฟรี จะได้ source code ที่เป็น Java script แล้ว Code เอา code ไปวางไว้ในบล็อกของคุณ แต่นี้ก็เรียบร้อย

แต่มีหลายบล็อก ไม่ยอมให้ใส่ code java ลงไป ให้ใส่แต่ code ธรรมดาๆ ซึ่ง site meter ก็มีเช่นกัน แต่มันจะเก็บข้อมูลไม่ค่อยละเอียดเท่าไหร่

ลองมาดูตัวอย่างข้อมูลผู้เข้าชม blog คนจุดตะเกียงแห่งนี้ที่ sitemeter เก็บไว้

General
Summary
Who’s On?
Traffic Prediction
Recent Visitors
By Details
By Referrals
By World Map
By Location
By Out Clicks
By Entry Pages
By Exit Pages
Visits
Day Week Month Year
Visits and
Page Views
Day Week Month Year
Page Ranking
Entry Pages
Exit Pages

Summary – บอกภาพรวมสถิติ (total) มีจำนวนคนเข้าดูทั้งหมดเท่าไหร่ จำนวนเฉลี่ยต่อวัน(Average Per Day), ระยะเวลkเฉลี่ยที่อยู่ใน blog กี่นาที (Average Visit Length), ชั่วโมงที่ผ่านมา มีคนเข้ามาดูกี่คน (Last hour), ยอดรวมผู้ชมในวันนี้(today), ยอดรวมผู้ชมของสัปดาห์นี้ (This week)

Who’s On? – มีคนที่กำลังออนไลน์ ณ เวลานั้นกี่คน ใครบ้าง

Traffic Prediction – ทำนายแนวโน้มจำนวนผู้ชมในช่วงเวลาอันใกล้ จะเข้ามากี่คน

Recent Visitors
By Details-
By Referrals – ดูเวบไซต์ที่คลิกเข้ามาเจอ blog เรา
By World Map – แผนที่แสดงพิกัดผู้เยี่ยมชม
By Location – แจ้ง สถานที่ตั้ง ip พิกัดของผู้เยี่ยมชม
By Out Clicks – บอก url เวบไซต์ที่คลิกออกจากที่นี่
By Entry Pages –
By Exit Pages – บอกหน้าที่อยู่ใน blog ก่อนออกไปที่อื่น

Visits
Day – กราฟสรุปข้อมูลผู้เข้าชมใน 1 วัน รายงาน 24 ชั่วโมง
Week – กราฟสรุปข้อมูลผู้เข้าชมในรอบ 7 วัน
Month – กราฟสรุปข้อมูลผู้เข้าชมใน 30 วัน
Year – กราฟสรุปข้อมูลผู้เข้าชมในแต่ละเดือน

ฯลฯ

มีอีกเพียบเลยครับ ลองคลิกๆดูละกัน

เมื่อคุณเปิดดูสถิติของ blog จะทำให้คุณไม่เหงาใจอีกต่อไป
และยิ่งเห็นจำนวนผู้ชมที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ย่อมจะทำให้หลายคนมีกำลังใจในการเขียน blog ต่อไป เพราะมีคนเข้ามาดูนี่นา ไม่ได้เงียบเหงาอย่างที่คิดซะหน่อย…

ภูมิปัญญาเกษตรผสมผสานสู่วิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง : นายเหรียญ เจียมทอง

Filed under: พัฒนาท้องถิ่น — witclub @ 6:00 am

พื้นที่การเกษตรในจังหวัดบุรีรัมย์ ดินส่วนใหญ่เป็นดินทราย มีความสามารถในการอุ้มน้ำได้ต่ำ มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ บริเวณที่ลาดชันมีการกัดเซาะและกัดกร่อนสูง ค่าความเป็นกรดเป็นด่างประมาณ 4.4-5.5 ในฤดูฝน ส่วนใหญ่เกษตรกรใช้พื้นที่ในการปลูกข้าว ซึ่งให้ผลผลิตต่ำ ส่วนที่เหลือถูกทิ้งให้เป็นแปลงป่าละเมาะ หรือป่าปลูกหรือบางแห่งมีการปลูกไม้ยืนต้นให้เห็นอยู่ทั่วไป

ปัญหาความจำกัดของทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะน้ำและคุณสมบัติของดิน ทำให้ นายเหรียญ เจียมทอง สมัครเข้าเป็นหมอดินอาสาของกรมพัฒนาที่ดิน และได้นำพื้นที่ของตนเองเข้าร่วมในโครงการปรับปรุงบำรุงดินของสถานีพัฒนาที่ดินบุรีรัมย์

โดยการริเริ่มการปรับปรุงบำรุงดินด้วยการทำปุ๋ยหมักใช้เอง การปลูกปุ๋ยพืชสด เช่น ถั่วพุ่มดำและถั่วเขียวไถกลบก่อนลงมือปลูกงาดำขายเป็นรายได้เสริมนอกเหนือไปจากการทำไร่มันสำปะหลัง ไร่ปอ และไร่อ้อย ซึ่งยิ่งทำการเกษตรมายาวนานวันเท่าไร ก็สังเกตเห็นว่าดินที่ผ่านการปลูกพืชในบริเวณนั้น หน้าดินเป็นดินแข็ง แน่นทึบ ไม่อุ้มน้ำ

ในปี 2546 จึงได้เริ่มปลูกแฝกตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่พัฒนาที่ดินบุรีรัมย์ ซึ่งได้แนะนำเกี่ยวกับหญ้าแฝกมีระบบรากที่ลึก ทนต่อความแห้งแล้งได้ดีและสามารถหยั่งรากลึกทะลุชั้นดินแข็งไปได้ทั้งจะช่วยปรับสภาพดินให้ร่วนซุยดีขึ้นได้ ซึ่งปรากฏว่าในปี 2547 มีฝนทิ้งช่วงที่ยาวนานเกือบ 6 เดือน และหญ้าแฝกที่ปลูกไว้ไม่เจริญเติบโตและตายไปบางส่วน หากแต่บริเวณโคนกอหญ้าแฝกที่รอดชีวิต กลับพบว่าดินร่วนและชุ่มชื้นมากกว่าเมื่อเทียบกับบริเวณที่ไม่มีหญ้าแฝกปกคลุม

บนพื้นที่ประมาณ 60 ไร่ ปัจจุบันได้หันมาทำการเกษตรแบบผสมผสาน คือ นาข้าวหอมมะลิ 16ไ ร่ ขุดบ่อเลี้ยงปลา และปลูกผักสวนครัวและไม้ผลบนขอบบ่อขนาด 2 ไร่ ปลูกปอเทือง 10 ไร่ และปลูกงาดำ 10 ไร่

ลดการใช้สารเคมีและปุ๋ยเคมีโดยการผลิตปุ๋ยหมักจากสารเร่ง พด.1 ของกรมพัฒนาที่ดิน ผลิตปุ๋ยอินทรีย์น้ำจากสารเร่ง พด.2 ปลูกพืชปุ๋ยสด ปรับปรุงบำรุงดิน เช่น ถั่วพร้า ถั่วพุ่ม ตลอดจนใช้หญ้าแฝกเป็นพืชนำร่องในการฟื้นฟูดิน ที่ผ่านการปลูกอ้อยมาอย่างยาวนานจำนวน 22 ไร่

จากการศึกษาทดลองจนเห็นว่า ดินได้รับการฟื้นฟูตามแนวทางที่ได้รับการฝึกอบรมมาเป็นที่ประจักษ์ชัดแก่บุคคลทั่วไปและได้เผยแพร่ความรู้แก่ชุมชน ประยุกต์ใช้ความรู้จนเป็นผู้นำอาชีพด้านการเกษตรและใช้พื้นที่ของตัวเอง ในการเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรของชุมชนในปัจจุบันอีกด้วย โดยได้จัดตั้งกองทุนผลิตปุ๋ยอินทรีย์ และปุ๋ยหมักชีวภาพขนาดกำลังผลิต 300 ตันต่อปี และปุ๋นอินทรีย์น้ำ ขนาดกำลังผลิต 33,000 ลิตรต่อปีพร้อมทั้งสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ด้านการพัฒนาที่ดินประจำอำเภอ จำนวน 12 กลุ่ม ครอบคลุมพื้นที่ทุกตำบลฝยอำเภอคูเมือง จ.บุรีรัมย์ มีสามชิกรวม 600 ราย

นายเหรียญ เจียมทอง
หมอดินอาสาดีเด่นชนะเลิศ กรมพัฒนาที่ดิน ปี 2548
24 หมู่ 2 ตำบลคูเมือง อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์

ที่มา ; ภูมิปัญญาเกษตรอินทรีย์ตามวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง โดย กรมพัฒนาที่ดิน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กันยายน 2549

หน้าต่อไป

บลอกที่ WordPress.com .