ชมรมศึกษาผลงานวิทยากร เชียงกูล

มีนาคม 29, 2007

"หัวใจรัก"

Filed under: NB_love, ความรัก — witclub @ 7:58 am
“หัวใจรัก”ในครั้งนี้
เธอรู้แล้วว่า..เธอได้พบกับความรักของผู้ชายคนที่ใฝ่หามาเนิ่นนานแล้ว..
ชาย..ผู้ซึ่งเป็นทั้งเพื่อน..พี่..และคนรัก
แม้ว่า..ความรัก..จากเค้า..จะไม่แสดงออกด้วยคำพูด..แต่
การกระทำ..เพื่อคนที่เค้ารัก..มากมาย..เพื่อที่จะทำให้รักมีคุณค่า
ให้คนที่เค้ารักมีความสุข..แค่เพียงจากแววตาของเธอที่เปล่งประกาย
ให้คนที่เค้ารักหายคลายร้อน..จากเศษกระดาษที่พัดวีให้
ห่วงใยใส่ใจดูแลคนรักของเค้า..ด้วยความที่เธอเป็นคนขี้ลืม
เค้าต้องคอยเทียวถามเธอ..ขณะเดินทาง..ลืมอะไรมั้ย..เก็บครบหรือยัง
กระเป๋าครบทุกใบหรือเปล่า
สิ่งต่างๆ เหล่านี้
ในตัวผู้ชายคนนี้..เธอ..ซึ่งหัวใจมิใช่หินผา
มีหรือที่จะไม่ซึมซับ..และรับเอา..”หัวใจรัก” จากเค้ามาโดยง่าย
มิใช่ง่ายเลยสำหรับเธอ..ในการจะรักใครสักคน
ใคร ..ที่จะเข้ามาครอบครอง..”หัวใจรัก”..ของเธอ..
ด้วยเธอ..ผู้ได้รับบาดแผลและความบอบช้ำ..จากรัก..เมื่อครั้งวันวาน
จนหัวใจด้านชากับรัก..มาช้านาน
..แต่..
เค้า..ได้พิสูจน์แล้วถึง..หัวใจรัก..ที่มีต่อเธอ
ซึ่งแม้ว่า..จะน้อยด้วยคำพูด..แต่มากด้วยการกระทำ
วันนี้..เค้า..ได้ “หัวใจรัก” จากเธอไปแล้ว…

มีนาคม 14, 2007

ทำนายความรักจากท่าควงแขน

Filed under: ความรัก — witclub @ 4:48 pm

คนเราลองรักกันขึ้นมา ย่อมมีการ แสดงออกทางกายภาพให้เห็น มั่งหรอกน่า

เหตุนี้ คู่รักจึงมักถูกเนื้อต้องตัวกัน เป็นธรรมดา เพราะถ้าไม่รักแล้วจะอยากถู อยากไถ อยากแต๊ะอั๋ง เอ้ย ถูกเนื้อต้องตัวกันไปทำไมล่ะ… ใช่มะท่าน ส่วนจะแตะนิด แตะหน่อย ก็แล้วแต่ใครจะชอบแบบไหน โดยมากเห็นจับไปจับมามักหนีไม่พ้น จับมือถือแขนหรือจับไม้จับมือกันน่ะเห็นบ่อย เพราะอากัปกิริยานี้ไม่ต้องอายหรือเขินใคร บางรายงี้ไม่เขินใครเลยเพราะมั่นใจในตัวเองสุดๆ ก็มี แน่ะไม่ต้องมาทำหน้าแดงตอนนี้เลยขอร้อง

เชื่อไหมว่า การจับไม้จับมือกันเนี่ยนะ สามารถบอกนิสัยได้ด้วย ส่วนดีหรือไม่ อ่านดูเองละกัน มีคนอีเมล์เล่าให้ฟังว่า…

1. คนชอบเอามือโอบไหล่แฟน

เข้าขั้นเป็นคนจริงจังกับความรัก มีความจริงใจ ไม่เสแสร้ง (จริงรื้อ?) แต่โดยรวมไม่ค่อยโรแมนติก เพราะชอบแต่สนุก สนานเฮฮา, ชอบงานปาร์ตี้และรักเพื่อน อ้าว! แล้วกับแฟนล่ะจริงใจต่อกันหรือเปล่า?

2. คนชอบเดินเกี่ยว ก้อย

เป็นคนมีอารมณ์ขัน, เป็นมิตรกับทุกคน และไม่ต้องห่วงว่าจะเข้ากับครอบครัวแฟนไม่ได้ เพราะอย่างน้อยก็ไว้ใจได้นิดนึงว่า รู้จักยับยั้งชั่งใจ ไม่ถือโอกาสล่วงเกินคนรักให้หมดราคาเร็วนัก

3. คนชอบคล้องแขนไว้ที่คอแฟน

เค้าว่า เป็นคนจริงจังกับความรักมาก แถมยังเป็นคนขี้หึง แฟนห้ามส่งยิ้มให้คนอื่นเชียวนะ ไม่งั้นจะโดนอาละวาด เอาง่ายๆ…เอ๊ะตกลงมันคล้องคอไว้เพราะรัก หรือคล้องไว้เพื่อบอกคนอื่นว่าคนนี้มีเจ้าของแล้วกันแน่วะเนี่ย ชักสงสัยซะแล้วสิ

4. คนที่เดินจับมือแฟน

เป็นคนมีความคล่องแคล่วปราดเปรียว รักแฟนแบบให้เกียรติ อยากทะนุถนอมแฟนอย่างดีที่สุด แถมมีความรับผิดชอบ เค้าว่า ถ้าทำงานทำการมีอาชีพอะไรก็มักประสบความสำเร็จ ด้วยเหตุนี้เค้าอาจเป็นคนขี้โอ่สักหน่อยก็ควรเข้าใจ

5. คนชอบโอบเอวแฟน

ถือเป็นคนหนักแน่น รักเดียวใจเดียว เวลาทำอะไรมักคิดล่วงหน้า ชอบวางแผน (แต่อย่ามัววางแผนคิดฆ่าหมกศพแฟนแล้วกันนะ) หนำซ้ำยังเป็นคนเจ้าระเบียบ ใจ กว้างและเชื่อมั่นในตัวเอง

6. คนที่ไม่แตะเนื้อต้องตัวแฟนเลย… เอ๊ะแน่ใจหรือว่า รักกันนั่นน่ะ

อันที่จริงถือว่าให้ เกียรติแฟนมากนะ บางคนสุภาพมาก ขนาดมีโอกาสแค่ไหนก็ไม่แต๊ะอั๋งก็มี แต่ถ้าคิดอย่างเป็นกลาง เขาอาจไม่รู้ความในใจของตัวเองและไม่กล้าแสดงออกก็ได้

อ่านแล้วอย่าถือสาหา ความ ของพรรค์นี้ควรฟังหู ไว้หู อ่านเล่นๆน่ะพอได้ แต่ เชื่อหมดไม่ได้

อ้อ…ในเมื่อพูดถึงการควงกันออกนอกหน้าอย่างนี้แล้ว แล้ว ในค่ำคืนของวันพิเศษ อย่างเช่นวันแห่งความรัก หรือวันวาเลนไทน์ล่ะ ถามหน่อยเหอะว่า คุณอยากชวนดาร์ลิ่งออกไปทานอาหารในร้านสุดหรู หรืออยากใช้เวลา 2 ต่อ 2 สวีตกันภายในบ้านมากกว่าล่ะ? (If you’re going out or staying in)

ใน เวทมนตร์แห่งค่ำคืนของความรัก อยากชวนให้เลือกป้อนข้าวป้อนน้ำกันที่บ้านละกัน เพราะเหตุใดนะหรือ? แหมช่างสงสัยจังนะ งั้นขอไล่เลียงถึงเหตุผลที่คุณควรเลือกฉลองกัน ในบ้านแทนการออกไปทานนู่นทานนี่นอกบ้านให้ฟัง ดังนี้

ถ้าคุณเลือกไปดินเนอร์ตามร้านหรูหราเลิศสะแมนแตนล่ะก็ อาจเจอกรณีนี้เช่น

1. ต้องโทร.ไปจองโต๊ะล่วงหน้า ขืนช้าหมดอดกิน 2. ทานอาหารเลิศหรู ต้องเตรียมตังค์ไปเยอะ ร้านนี้น่ะมีแต่ลูกค้าเป็นเศรษฐี ไฮโซ ส่วนเถ้าแก่เนี้ยกำมะลออย่างพวกเราพอเห็น ราคาก็หน้าซีดแล้ว 3. เมนูบางทีก็บังคับให้เลือกอาหารได้จำกัด เห็นร้านออกหรูงั้นเหอะ มีรายการอาหาร ให้เลือกไม่กี่อย่างก็มี และ 4. อึดอัดด้วยพิธีรีตองที่ต้องทานแบบผู้ดี้ ผู้ดี เป็นงี้เห็นทีสวีตกันที่บ้านดีกว่า

เมื่อเลือก “บ้าน” ทีนี้มาดูกันหน่อยว่า มีอะไรบ้างที่ควรมีและอย่ามี ให้เสียบรรยากาศ

……………..ควร…………………………………………..ไม่ควร

……………..1. เทียน ……………………………….1. ไฟนีออน

……………..2. ซีดีเพลงรัก ………………………..2. ซีดีเพลงร็อกหรืออัลเทอเนทีฟ

……………..3. แชมเปญ ไวน์ ……………………..3. เหล้า เบียร์ โซดาค็อกเทล

……………..4. แอร์หรือสถานที่……………………4. ยุง และห้องที่อับชื้นโปร่งสบาย

……………..5. ดอกไม้สด……………………………5. ดอกไม้พลาสติก

……………..6. อาหารไทย, ฝรั่งเศส ……………..6. อาหารรสจัด หรือ หรืออิตาเลียน ยำรสแซ่บ

……………..7. กลิ่นหอม……………………………..7. เสื้อยืดหรือชุดอยู่กับบ้าน

……………..8. มึน …………………………………….8. เมา

ว่าแต่ตอนแฟนของหล่อนกลับจากที่ทำงานตรงดิ่งมาบ้านตามที่นัดกันอย่างดิบดีนั่นน่ะ สุดสวยก็น่าจะมีเทคนิคยั่วให้น้ำลายหก และปลุกเร้าอารมณ์เบื้องลึกของเขา ให้ใจเต้นตึกตักเป็นการโหมโรงบ้างนะ

ยกตัวอย่าง แอนเดรีย สาววัย 28 ที่ค้นพบก็ได้ เธอว่าตอนที่แฟนของเธอมาถึง บ้านเพื่อดิน�เนอร์กันในวันเกิดของเขา “ฉันออกไปรับที่ประตูในเสื้อคลุมผ้าไหมสีขาวและ ไม่ใส่อะไรอยู่ข้างในเลย…. ฉันทำเป็นไม่รู้ว่าเขาสามารถเห็นเค้าโครงหน้าอกฉันได้ชัดเจน ทันใดนั้นฉันแค่ขอโทษที่ยังแต่งตัวไม่เสร็จ และขอให้รอแป๊บนึง ฉันรู้เลยว่าคลื่นความรู้สึกเซ็กซี่ ที่ฉันก่อไว้นั้น สามารถคุกรุ่นอยู่กับเราไปตลอดทั้งคืน” แค่เนียะ ค่ำคืนแสนโรแมนติกก็เป็นของคุณทั้ง 2 แล้ว.

มีนาคม 13, 2007

บันทึกรักจากชายคนหนึ่ง : ความจริงใจหรือความใจง่าย

Filed under: NB_love, ความรัก — witclub @ 4:42 pm

ความรักของคนสมัยนี้ กับคนยุคก่อนแตกต่างกันจริงๆ ตรงที่ระยะเวลาในการดูใจกัน คนยุคก่อนกว่าจะได้ใกล้ชิดกันใช้เวลาดูใจกันนานพอสมควร แต่ยุคปัจจุบัน รักกันไวมาก

มีคนมองว่า รักนั้น คือ ความจริงใจ หรือ ความใจง่ายกันแน่

หนุ่มคนหนึ่งได้รู้จักกับผู้หญิงสาวอายุเท่ากัน ทั้งคู่อยู่ในวัยทำงาน รู้จักกันทางอินเทอร์เนต โดยฝ่ายหญิงรู้จักฝ่ายชายผ่านทางบล็อกของฝ่ายชาย ฝ่ายหญิงอ่านบันทึกหนึ่งของฝ่ายชายแล้ว ประทับใจ จนโทรติดต่อฝ่ายชาย เพราะชื่นชอบในสิ่งที่ฝ่ายชายเขียนออกม

หลังจากพุดคุยกันไม่กี่ครั้ง ทั้งคู่สนิทสนมกันอย่างรวดเร็ว ทั้งๆที่ไม่เคยเจอกันมาก่อน หลังจากติดต่อกันทางโทรศัพท์ 1 เดือน ฝ่ายชายชวนไปเที่ยวใน กทม. ฝ่ายหญิงตอบตกลง และเดินทางมาตามนัดหมาย ไปเที่ยวตามที่วางแผนไว้

ต่างคนต่างประทับใจในมิตรภาพของความเป็นเพื่อนของแต่ละฝ่าย

อีก 1 เดือนต่อมา ทั้งคู่มานัดพบกันอีกครั้ง พูดคุย ปรึกษาหารือในเรื่องงาน เพิ่มความสนิทสนมคุ้นเคยกันมากยิ่งขึ้น อีก 1 สัปดาห์ต่อมา ทั้งคู่นัดหมายเดินทางกันไปธุระใน กทม. ตามกำหนดการ และทั้งคู่พักด้วยกันที่โรงแรมแห่งหนึ่ง .. ห้องเดียวกัน…เตียงคู่

หลังจากกลับจากธุระตามกำหนดการ ทั้งคู่ก็กลับมาที่ห้องพัก อาบน้ำ คุยกันไป จนดึก ฝ่ายหญิงนอนบนเตียง ฝ่ายชายนั่งอยู่ข้างเตียง แต่หนุนหัวนอนข้างๆเตียงนั่นเอง คุยกันไป หยอกกันไป จนดึก ฝ่ายชายก็กลับไปนอนที่เตียงอีกด้านหนึ่ง เผลอหลับไป

ตื่นมาตอนเช้า ทั้งคู่ก็มานั่งคุยกัน นอนหนุนตักกัน คลอเคลียกันพักหนึ่ง check out จากโรงแรม ก่อนที่จะออกไปทำภาระกิจที่ตั้งใจไว้ แต่ภารกิจนั้น ไม่เสร็จสิ้น ทำให้ต้องพักค้างคืนอีก 1 คืน จึงต้องขนกระเป๋ากลับไปที่โรงแรมเดิม คราวนี้ ฝ่ายหญิงบอกจองห้องพัก เตียงเดี่ยว

ช่วงดึก ทั้งคู่นอนเตียงเดียวกัน แอบอิงแนบชิดกัน แต่มิได้ล่วงเกินกัน

จนถึงเช้า ต่างประคอง เดินทางกลับสู่จุดหมายปลายทาง ไปยังจังหวัดของแต่ละฝ่าย

ไม่ได้ล่วงเกินกัน ไม่มีอะไรที่ลึกซึ้ง หรือมีเพศสัมพันธ์อะไรกันเลย

แทบไม่น่าเชื่อว่า 2 คืนที่มีโอกาสอยู่ด้วยกัน ฝ่ายชายไม่ยอมฉวยโอกาสอันมีค่านี้เอาไว้เลย

เมื่อแง้มหัวใจของฝ่ายชายผ่านบันทึกชิ้นหนึ่งที่ถ่ายทอดออกมา ทั้งคู่ผ่านความรักที่ผิดหวังมาแล้ว ด้วยช่วงอายุในวัยทำงาน อยากที่จะพบกับความจริงใจ และทั้งคู่ได้เปิดเผยตัวตน และความจริงใจของแต่ละฝ่ายออกมาแล้ว เมื่อต่างฝ่ายต่างคุยกันแล้ว ถูกคอกันอย่างมาก คุยกันได้เรื่อยๆ นานๆ

ความรักนั้น ใช่ว่า จะต้องอยู่บนพื้นฐานของความใคร่ เสมอไป การรักษาความรักและความจริงใจไว้ให้ยั่งยืนและยาวนาน เป็นสิ่งสำคัญ

จากการแง้มหัวใจของฝ่ายชาย เขายอมรับว่า เธอเป็นคนที่น่าสนใจอีกคนหนึ่ง การที่เธอยอมไปไหนกับเขา แสดงว่า เธอไว้ใจในตัวเขา เขาจึงอยากแสดงให้เห็นว่า เขาเป็นคนที่เธอไว้ใจได้

เขาเคยทำให้เธอสมหวัง กับการพาเธอไปชมการแสดงของวงดนตรีที่เธอชื่นชอบ เมื่อเห็นสีหน้าที่เบิกบานตื่นเต้น และเปี่ยมสุขของเธอแล้ว เขาอยากจะทำให้เธอสมหวังในแบบนี้อีก

แรกเริ่มนั้น เขาอยากจะเป็นเพื่อนที่ดีของเธอตลอดไป แต่หลังจากได้พบกับเธอ สัมผัสความจริงใจจากเธอ ทำให้เขาตกหลุมรักเธออย่างไม่รู้ตัว จนต้องเข้าไปอิงแอบแนบชิดเธอทั้ง 2 คืน

เมื่อสอบถามถึงกระแสรักง่าย หน่ายเร็วของคนในยุคปัจจุบัน ทำให้เขาหวั่นไหวเหมือนกัน เพราะเกรงว่า วันหนึ่งข้างหน้า เธออาจจะเบื่อเขาได้เช่นกัน เพราะในระยะเวลาอันสั้น เธอก็รักเขาอย่างสุดหัวใจแล้ว แน่นอนว่า เธอย่อมจะเบื่อเขาเร็วเช่นกัน. เพราะธรรมดา คนที่มีความรัก ย่อมต้องการการดูแล เอาใจใส่ ห่วงใยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ช่วงเวลานี้ เขาและเธอทำงานอยู่คนละจังหวัด สื่อสารกันผ่านโทรศัพท์เท่านั้น วันหยุดจึงมีโอกาสเดินทางมาพบกัน…

เมื่อกลับมานึกดูอีกครั้ง บางสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเกินไป ในระยะเวลาไม่นาน ก็อาจจะถึงจุดสิ้นสุดได้เร็วเช่นกัน การประคับประคองและรักษาความรักไว้อย่างเสมอต้นเสมอปลายนั้น ต่างฝ่ายต้องมีความเข้าใจในอีกฝ่ายเป็นอย่างดี

เมื่อรัก เมื่อห่วงใย ย่อมมีเรื่องให้คิดได้สารพัด ยิ่งติดต่อกันมาก คุยกันบ่อยๆ ย่อมมีโอกาสที่จะกระทบกระทั่ง เข้าใจผิดได้เสมอ

ฝ่ายชายอยากจะให้ความสัมพันธ์ค่อยเป็นค่อยไป เพราะอยากให้ความรักดำเนินไปอย่างยาวนาน แต่ความเป็นจริง ต่างฝ่ายต่างแสดงออกว่า รัก อีกฝ่ายอย่างชัดเจนอยู่แล้ว

เมื่อความรักที่เกิดขึ้นภายในเวลาที่รวดเร็ว ต่างฝ่ายต่างมั่นใจในความรักระหว่างกัน แต่ในกรณีแบบนี้ ในสายตาของคนอื่นคงจะมองด้วยความคลางแคลงใจ ทำไมจึงมั่นใจในกันและกันรวดเร็วนัก แล้วแน่ใจหรือไม่ว่า อีกฝ่าย ไม่มีอะไรแอบแฝง หรือเข้ามาคบหา เพื่อหวังผลประโยชน์อะไรบางอย่างหรือเปล่า

แล้วการตัดสินใจคบหากันในแบบคู่รัก ภายในเวลาอันสั้นนี้ อยากที่จะบอกเรื่องนี้ให้กับคนอื่นรู้หรือไม่..

จากบันทึกของฝ่ายชายบอกว่า ความรักของคนหลายคู่นั้น เป็นเรื่องของคน 2 คน แต่ที่ความรักเกิดปัญหา เพราะมีบุคคลอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งด้วยความหวังดี และไม่หวังดี จากการให้คำแนะนำ คำพูดต่างๆ ที่ทำให้อีกฝ่ายคิดมาก ทั้งๆที่ความจริงไม่มีอะไรเลย แต่เรื่องไม่เป็นเรื่อง ก็กลายเป็นเรื่องขึ้นมาจนได้ จนความรักเกิดความไม่เข้าใจกัน จากเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องเลย

มีคู่รักมากมายหลายคู่ ที่ครองรักกัน โดยไม่ต้องอาศัยคำแนะนำของคนอื่นเลย

ความรักนั้น อาจจะมีบางช่วงเวลาที่อาจจะเกิดความไม่เข้าใจกันได้ ซึ่งจุดเปราะบางเรื่องของความรัก สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ยิ่งการคบหากันของคู่รักในเวลาอันรวดเร็ว เมื่อเกิดปัญหาขึ้น จะทำให้คนอื่นวิพากษวิจารณ์ขยายความไม่เข้าใจให้กว้างออกไปอีก “เพราะว่า ไม่ดูให้ดีๆ ตัดสินใจคบกันเร็วเกินไปนี่แหละ….”

ความรักจึงมีช่วงเวลาในการเรียนรู้ ปรับตัวปรับใจตามระยะเวลาที่หมุนผ่านไป มีคู่รักหลายคู่ที่รักกันหวานชื่น แต่เมื่อเวลาผ่านไปไม่นาน พบกับปัญหาอุปสรรคที่ผ่านเข้ามาในชีวิต กลับไม่สามารถรักษาความรักที่มีต่อกันไว้ได้ จึงได้ยินข่าว คู่รักที่แต่งงานกันมาหลายปี ก็ยังขอหย่าร้างกันได้ ช่างไม่เสียดายวันเวลาที่อยู่ด้วยกันมาเสียเลย

..แล้วจะบอกเรื่องราวของความรักครั้งนี้ ให้คนอื่นๆรับรู้หรือไม่….

…. ไม่ว่าช้าก็เร็ว ก็จะต้องมีคนรับรู้เรื่องความรักระหว่างเขาและเธอ แต่ในช่วงเวลาที่เริ่มต้นคบหากัน การให้ระยะเวลาที่ผ่านไป เป็นสิ่งที่ยืนยันความมั่นใจระหว่างกัน จะเป็นสิ่งที่ช่วยตอบข้อสงสัยของคนอื่นๆที่ว่า คบกันเร็ว ภายในเวลาอันสั้น ก็สามารถที่จะครองรักกันได้อย่างยาวนานได้ ซึ่งเรื่องนี้ พูดไปหลายคนคงไม่เชื่อนัก เวลาเท่านั้นจะเป็นเครื่องพิสูจน์….


เมื่อคนรักกัน ยังไงคนอื่นก็จะต้องดูออกอยู่ดี

…. การที่ยังไม่บอกเรื่องราวความรักระหว่างเขา และเธอ มองอีกมุมหนึ่งก็เป็นสิ่งที่ดีเหมือนกัน หากวันหนึ่ง เมื่อเขา และเธอคบกันไปแล้ว รู้สึกว่า ไม่ใช่ อย่างที่คิดในวันแรก การที่จะปรับเปลี่ยนความรู้สึกต่อกันใหม่ จากคู่รัก กลายเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน จะทำให้แต่ละฝ่ายไม่รู้สึกเสียหน้ามากนัก สามารถที่จะคบหากันได้อย่างสนิทใจต่อไป ต่างจากคู่รักที่ป่าวประกาศตัวอย่างชัดเจน ด้วยความมั่นใจในความรักที่มีต่อกัน แต่ความแน่นอน คือความไม่แน่นอน วันนี้รักกัน วันหน้าอาจจะเกลียดกันก็ได้ ฝ่ายที่เสียหายมากที่สุด ส่วนมากมักจะเป็นฝ่ายหญิง หลายเรื่องสามารถที่จะรอเวลาได้ไม่ใช่หรือ…

จากบันทึกของฝ่ายชาย การเปิดเผยความรักนั้น หากฝ่ายชายมีความมั่นคงทางอาชีพ ย่อมเป็นที่ไว้วางใจของพ่อแม่ญาติพี่น้องของฝ่ายหญิง มั่นใจว่า สามารถที่จะดูแลฝ่ายหญิงให้มีความสุขต่อ/ไปได้ เมื่อฝ่ายชายยังไม่มีความมั่นคงทางอาชีพ ระยะเวลาที่จะร่วมกันก้าวเดินต่อไป จะเป็นบททดสอบความจริงใจ สร้างความมั่นใจให้ฝ่ายหญิง สมดังที่เธอมอบความรักให้ และระยะเวลาที่ผ่านไป เสมือนเป็นสิ่งที่ช่วยตรวจสอบด้วยความรอบคอบว่า ฝ่ายหญิงได้ใช้ระยะเวลาที่ผ่านมา คบหาดูใจฝ่ายชายอย่างมั่นใจและรอบคอบเป็นอย่างดีแล้ว และใช้เป็นเหตุผลที่มีน้ำหนักว่า สิ่งที่เธอมั่นใจนั้น เป็นสิ่งที่ถูกต้อง เพราะระยะเวลาที่ผ่านมา ได้ทดสอบสิ่งเหล่านี้แล้ว

หลายคนมักจะตัดสินคนอื่นจากสิ่งที่ได้พบได้เห็นภายในระยะเวลาอันสั้น แต่หากได้สัมผัสความรู้สึกนึกคิดที่มากขึ้น ย่อมจะสามารถหาคำตอบได้ว่า ความรักระหว่างเขาและเธอนั้น

จริงใจหรือใจง่าย…

มีนาคม 9, 2007

เมื่อความรักเริ่มต้น การเดินทางเข้าไปสู่หัวใจอย่างรอบคอบ จากเขาถึงเธอ

Filed under: ความรัก — witclub @ 5:34 pm

มีหนุ่มคนหนึ่ง ติดต่อค้าขายทำธุรกิจกับผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง แล้วได้พบกับลูกสาวของผู้ใหญ่ท่านนั้น
ศรรักปักอก ปิ๊ง….

ด้วยความที่เขารู้จักกับคุณพ่อของเธอก่อนที่จะรู้จักเธอ ทำให้เขาทำตัวไม่ถูก
ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง จะเข้าไปสานสัมพันธ์ดีหรือไม่ คุณพ่อของเธอจะเห็นด้วยหรือเปล่า
แต่ยิ่งเจอหน้า ยิ่งหลงรัก โอ๊ย…. ทำไงดี

เธอคนนี้ พึ่งเรียนจบจากมหาวิทยาลัยมาไม่นาน จบออกมาแล้วก็มาช่วยทำงานในธุรกิจของคุณพ่อ
แรกเริ่มเดิมที เขามีโอกาสได้รู้จักกับเธอในงานสังคมแห่งหนึ่ง เมื่อพูดคุยทำความรู้จักแล้ว จึงทราบว่า เธอเป็นบุตรของผู้ใหญ่ที่เขาทำธุรกิจด้วย

ทีแรกก็รู้สึกดี ที่เป็นคนที่คุ้นเคยกันนี่เอง แต่มาคิดอีกที จะหาช่องทางสานสัมพันธ์รักแบบไหนดีหนอ

สิ่งหนึ่งที่สำคัญ เมื่อความรักเริ่มต้น และการอยากจะเริ่มต้นสานสัมพันธ์กับหญิงสาวในวัยทำงาน
ขั้นแรก ต้องตรวจสอบให้แน่ใจก่อนว่า เธอมีแฟนหรือยัง

เพราะผู้หญิงหลายคน มีแฟนแล้ว แต่ไม่พูด แฟนอาจจะอยู่คนละที่ ต้องสังเกตกันดีๆ
หากเธอมีคนรักอยู่แล้ว เธอย่อมเริ่มต้นเรื่องความรักไปก่อนคุณหลายก้าวแล้ว แต่คุณเพิ่งจะเริ่มต้นที่ก้าวแรก ดูแล้วก็เสียเปรียบพอสมควร ดังนั้น ควรตรวจสอบให้แน่ใจเสียก่อนว่า เธอมีแฟนแล้วหรือยัง

ไม่เช่นนั้น การแข่งขันอาจจะทำให้คุณเหนื่อย เสียกำลังไปพอสมควร
หากตรวจสอบแล้วว่า เธอไม่มีใคร จึงเริ่มต้นที่จะศึกษากันและกันต่อไป

เมื่อมีโอกาสได้พบปะพูดคุยกันแล้ว หากเป็นเนื้อคู่กัน จะมีคลื่นความถี่จูนเข้าหากันอย่างลงตัว คุยเรื่องอะไรย่อมสามารถคุยได้อย่างลื่นไหล ต่อเนื่อง ยาวนาน ไม่รู้จักเบื่อ…. ในขณะที่คุยกับคนทั่วๆไป คุยแค่ 10-20 นาที จะรู้สึกว่า นาน.. รบกวน เสียเวลากับอีกฝ่ายมากเกินไปเสียแล้ว

เช่นเดียวกับการเดินทางไกลไปตามสถานที่ต่างๆ หากตรวจสอบข้อมูลด้วยความรอบคอบ ย่อมสามารถที่จะเดินทางไปถึงจุดหมายได้อย่างรวดเร็ว และปลอดภัย

การเดินทางในเรื่องความรักก็เช่นกันครับ

//
หยิบประเด็นมาขยายเพิ่มเติม นำมาจากรายการที่นี่ไม่มีการเมือง
จาก FM 97.75 MHz http://www.managerradio.com

ความรู้สึกของผู้เป็นแม่ เมื่อคุณย่าชวนลูกสาวตัวเล็กไปเที่ยว ความห่วงใยที่บั่นทอนพัฒนาการของเด็ก

Filed under: ความรัก — witclub @ 4:59 pm

การที่ลูกสาวมีโอกาสได้ไปเปิดหูเปิดตา ย่อมจะทำให้ลูกสาวได้กำไร ประสบการณ์ชีวิตเพิ่มขึ้น

มีคุณแม่ท่านหนึ่ง นำลูกสาว ไปให้คุณย่าเลี้ยง เพราะเธอต้องไปทำงานในตอนกลางวัน ทำให้ลูกสาวของเธอติดคุณย่ามากๆ และคุณย่าทั้งรักทั้งหลงหลานคนนี้มากทีเดียว

วันหนึ่งคุณย่าชวนหลานไปเที่ยวต่างจังหวัด โดยเดินทางไปกับคนในครอบครัวหลายคน และชวนหลานสาวไปด้วย ซึ่งหลานสาวก็อยากไปกับคุณย่า

แต่ผู้เป็นแม่เกิดความวิตกกังวลเป็นอย่างมาก เพราะคุณย่าจะเดินทางด้วยรถทัวร์ กลัวเกิดอุบัติเหตุและหลายๆสิ่ง ผู้เป็นแม่ ก็ไม่อยากให้คุณย่าเดินทางเช่นกัน เพราะท่านอายุมากแล้ว กลัวจะเป็นอะไรไปในระหว่างการเดินทาง

ห่วงๆๆๆๆๆ และ ห่วง

ความจริง ถ้าลูกสาวเดินทางไปกับตัวคุณแม่ แน่นอนว่า คุณแม่ ไม่ห่วงและกังวลมากนัก เพราะมั่นใจในความปลอดภัยและลูกของเธออยู่ในสายตาตลอดเวลา แต่เมื่อต้องไปกับคนอื่น กลับห่วงสารพัด

ความจริงแล้ว คุณย่าไปกับคนอื่นๆที่ไปช่วยดูแลด้วย
แน่นอนว่า คุณย่าก็รักและห่วงใยหลานสาวไม่แพ้คุณแม่ ย่อมที่จะดูแล ห่วงใย เอาใจใส่หลานในระหว่างการเดินทางไม่น้อยไปกว่าผู้เป็นแม่เช่นกัน

ความห่วงใย เพราะความรักจากแม่ที่มีต่อลูก จนเกิดความกังวงในสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น หลายครั้งคิดมากไปเองว่าจะเกิดสิ่งที่ไม่ดี

ังนั้น ไม่ควรไปกังวลในสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น จนไปปิดกั้นพัฒนาการของลูก
การที่ลูกสาวมีโอกาสได้ไปเปิดหูเปิดตา เปิดโลกจากการเดินทางท่องเที่ยวไปกับคนที่รักและห่วงใย ดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี ย่อมจะทำให้ลูกสาวได้กำไร ประสบการณ์ชีวิตเพิ่มขึ้น

ผู้เป็นแม่นั้น ห่วงใยลูกเป็นเรื่องปกติครับ แต่ผู้เป็นย่า ก็ห่วงใยหลานเช่นกัน เหมือนดังที่ผู้เป็นย่าเคยดูแลห่วงใยผู้เป็นสามี (ลูก) ของผู้เป็นแม่ เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของลูกชายของผู้เป็นย่าแท้ๆ ย่อมจะดูแลห่วงใยไม่น้อยไปกว่ากันเลย

มีนาคม 25, 2006

"รัก" อย่างไร ให้หวานมิรู้ลืม

Filed under: ความรัก — witclub @ 8:34 am

“ความรักเริ่มขึ้นเมื่อคนคนหนึ่งรู้สึกว่า ความต้องการของอีกคนหนึ่ง มีความสำคัญเท่ากันกับของตัวเอง” วาทะของแฮร์รี สแต็ก ซัลลิแวน ใช่หรือเปล่าขอให้ลองไปตรึกตรองดู

อย่าง ไรก็ตาม ขอยืนยันว่า ความรักต้องอาศัยการเพาะบ่ม, ดูแลและเอาใจใส่ ถ้าทิ้งๆขว้างๆ หรือรักง่ายหน่ายเร็ว ความรู้สึกนี้ก็จะสูญหายไปกับสายลม

ว่า กันว่า ผู้ชายส่วนมากมักเกิดอาการตายด้านหรือไม่ค่อยติดตามเอาใจใส่ในความสัมพันธ์ กับคนรัก หลังจากตกลง โอเคแล้วว่า เป็นแฟนกัน หลังจากนั้น ผู้ชายหลายคนจะรู้สึกเฉยๆ แล้วไม่ค่อยมีความพยายามที่จะรักษาสัมพันธภาพระหว่างเราทั้งสองเอาไว้สัก เท่าไหร่ ต่างกับฝ่ายหญิงที่จะกระตือรือร้นในเรื่องนี้มากเป็นพิเศษ

ถาม ว่า แล้วผิดหรือที่หนุ่มๆ จะซึมกะทือหลังมีแฟนเป็นตัวเป็นตนแล้ว? เกจิไหนๆ ก็บอกได้ว่า ไม่เห็นผิดอะไร แต่คู่ควงของเขาน่ะสิ จะคิดว่า ถ้าไม่แคร์กันก็อาจหมายถึง “ไม่รักจริง” ก็ได้ รู้ๆ กันอยู่ว่า ผู้หญิงมีหัวใจอ่อนไหวแค่ไหน พวกซิก เซนส์ (ผู้มีสัมผัสที่หกหรือไวต่อการแปรเปลี่ยนพฤติกรรมของคนรัก) นี่ต้องยกให้คุณเธอทั้งนั้นแหละจ้า

เหตุนี้จึงขอเป็นไกด์ผีเขียน ถึง สิ่งเล็กๆน้อยๆที่คู่รัก (ไม่ว่าฝ่ายไหนก็ตาม) ไม่ควรละเลยต่อกัน (Little Things Count In Relationship) ให้ฟังสักหน่อย ความรักจะได้ฝังราก หยั่งลึก ไม่ใช่เปราะบางและแตกง่าย ดังเช่นวัยรุ่น วัยจี๊ดจ๊าดชอบรักๆ เลิกๆ อย่างเช่นทุกวันนี้

โดยทั่วไป คนที่มีแฟน รายไหน รายนั้นหวังเหลือเกินว่า อยากให้คนที่ตัวเองรักมีความสม่ำเสมอ ทั้งด้านการกระทำและคำพูด แต่เผอิญบางคนไม่เป็นแบบนั้นสิท่าน ตอนจีบกันล่ะก็กระตือรือร้นเหลือแสน แต่หลังจากจีบสำเร็จ อะไรๆ ก็ดูจะจืดๆ ไปหมด

จึงขออนุญาตสั่นกระดิ่งเตือนว่า “การอยู่ในห้วงแห่งความรัก” ไม่ว่าจะตอนไหน หมายถึง คุณควรจะให้ความเอาใจใส่ต่อความรู้สึกของอีกฝ่ายเสมอ

ไม่ใช่ตอนจีบกันก็อยากเจอกันเหลือเกิน แต่นานวันเข้า สักเจ็ดวันค่อยเจอก็ได้ เป็นซะอย่างงี้แล้วจะไม่ให้อีกฝ่ายอกกลัดหนองได้ไง

เมื่อ เป็นเช่นนี้ เกจิด้านความรักจึงขอแนะนำเคล็ดวิชาเล็กๆ น้อยๆ ที่แสดงให้เห็นว่า คุณนั้นแสนเอาใจใส่, ห่วงใย และสนใจคนรักเสียเต็มประดา ดังนี้

@ ยามอยู่ใกล้ชิดกัน

1. หัดจูงไม้จูงมือ หรือจับมือถือแขน ตอนสมัยจีบกันใหม่ๆ เคยแสดงออกว่า สองเราคู่กันอย่างไรก็ควรทำแบบเดียวกับวันวานยังหวานอยู่

2. เอ่ยปากชมหวานใจเมื่อเขาหรือเธอมีอะไรใหม่ๆ ในชีวิต เช่น รองเท้าของคุณดูเก๋จังเลย หรือชุดนี้ทำไมเท่ระเบิดอย่างนี้นะ เว่อไปตามเรื่อง

3. มีจิตใจเอื้ออารีและเป็นสุภาพชน ไม่ใช่เอะอะโมโหโทโสกันทีก็หมดความอดทน หันมาใช้วิธีตบตีแทนสันติวิธี ถ้าเจอเนื้อคู่กระดูกคู่ แบบนี้ก็ตัวใครตัวมันแล้วกันนะโยม

4. เรียนรู้ที่จะทำอะไรบางอย่างให้คนรัก

เช่น ชาตินี้ไม่เคยนึกมาก่อนเลยว่า จะเข้าครัวเป็นกุ๊กกะเขาได้ แต่แด่เธอด้วยดวงใจแล้ว พี่ยอมผูกผ้ากันเปื้อน หยิบตะหลิวทำกับข้าวให้คนสวยทานบ้างก็ได้ บางทีเธออาจคิดไปโน่นเลยว่า พี่เค้ามีความตั้งใจสูง ถ้าไม่รักจริง ก็คงไม่พยายามถึงปานนี้ ส่วนจะใช่หรือไม่ แต่รับรองคุณพี่ได้ คะแนนนิยมไปตุนไว้แล้ว

5. ชวนเธอไปเที่ยวกับเพื่อนๆ ของคุณบ้าง

ไม่ใช่มัวแต่คิดว่า เรื่องของแฟนกับก๊วนของเพื่อนไม่เกี่ยวกัน ไม่เห็นเป็นไรนี่ ถ้าสองฝ่ายนี้จะไม่เคยเจอกันเสียเลย

อัน ที่จริงมันก็ไม่เป็นไรหรอก ที่จะแบ่งพวกเขาออกจากกัน แต่แน่ใจนะว่า ที่ทำเช่นนี้ ไม่ใช่ เพราะคุณกับเพื่อนๆ มีลับลมคมในระหว่างกัน จึงไม่อยากแนะนำให้เพื่อนของคุณรู้จักกับ “ว่าที่คนรัก” น่ะ อีกประการ ขนาดมีคนรักแล้วยังไม่ยอมแนะนำให้เพื่อนรู้จัก แบบนี้จะเรียกว่า ปกปิดอย่างสุจริตหรือเปล่าจ๊ะ

ทีนี้มาถึง ยามที่ทั้งคุณและคนรักต้องพรากจากกันบ้าง มีข้อเสนอให้ทำดังนี้…

1. ก่อนลาจาก อย่าลืมเขียนโน้ตถ้อยคำหวานซึ้ง สะกิดใจให้เธอฟุ้งซ่านไปไกลว่า เธอเป็นคนสำคัญกับคุณซะเหลือเกิน

2. โทรศัพท์หรืออีเมล์มาหาหวานใจ โดยไม่ต้องไปคำนึงว่า จะด้วยเหตุผลกลใด นอกจากความคิดถึง

3. สัญญาว่า จะให้เวลากับเธอหลังเสร็จภารกิจที่ต้องร้างลาจากกันเป็นที่เรียบร้อย

4. มีของฝากติดไม้ติดมือมาให้ ไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงราคา แม้อมยิ้มอันเดียว ก็ชื่นใจ

อยากสานสัมพันธ์รักให้แน่นแฟ้น เรือรักไม่ล่มตั้งแต่เริ่มตั้งไข่ ถ้าบอกให้อีกฝ่ายรู้เสียหน่อยว่า ห่วงใยแค่ไหน มันจะเป็นอะไรเหรอ.

มีนาคม 14, 2006

บอกรักมีระดับ

Filed under: ความรัก — witclub @ 5:47 pm

ความรักทำให้โลกเป็นสีชมพู แต่แค่การบอกรักอาจยังไม่ซึ้งพอ เพราะรักหมายถึงการให้ จึงไม่มีอะไรจะสุขใจเท่าของกำนัลประกายแวววาว ที่หนุ่มมอบให้แก่สาว เป็นสื่อแทนหัวใจรัก!!…มาเติมรักวันวาเลนไทน์นี้ ด้วยคอลเลกชั่นเพชรสุดเก๋ของ เอิร์ธสตาร์ ไดมอนด์ ที่นำเพชรรูปหัวใจ Heart of Princess มาจัดทำเป็นเซตพิเศษถึง 49 เซต เป็นของขวัญรับเทศกาลแห่งความรัก ความพิเศษอยู่ที่การใช้เพชรเบลเยียมน้ำ 97 ขาวบริสุทธิ์ 3 เม็ด เป็นรูปพระจันทร์ครึ่งดวง 2 เม็ด และเพชร “พรินเซสคัท” รูปสี่เหลี่ยม 1 เม็ด มาประกอบเป็นรูปหัวใจ เฉพาะวาเลนไทน์นี้ มีให้เลือก 3 ชุดในราคาพิเศษ อาทิ แหวนทรงไขว้มีเพชรรูปหัวใจตรงกลาง คู่ตุ้มหูทรงกิ่งไม้ เหมาะกับสาวหวาน, แหวนเพชรหัวใจเดี่ยว เข้าเซตตุ้มหูรูปหัวใจ เหมาะกับสาวสปอร์ต และแหวนเพชรหัวใจเดี่ยว จับคู่จี้เพชรรูปหัวใจ ถูกใจสาวนักธุรกิจ…SWAROVSKI ก็มีคริสตัลสำหรับคู่รัก มีให้เลือกทั้งจี้รูปหัวใจคริสตัลสีแดง และกุหลาบ จับคู่กับเข็มกลัดหัวใจ หรือสร้อยข้อมือ LOVE แต่ถ้าอยากโรแมนติก ก็ต้องเชิงเทียนประดับคริสตัลรูปหัวใจ วางตรงไหนรับรองได้เรื่อง!!…นอกจากกุหลาบแล้ว “แอปเปิ้ล” ก็เป็นสัญลักษณ์แทนรักของหนุ่มสาวรุ่นใหม่ LOUIS VUITTON มีจี้ประดับสร้อยข้อมือ Big Apple มาจุดประกายไฟรัก ประดับด้วยทับทิม แซฟไฟร์สีเหลือง และมรกต ควรค่ายิ่งแก่นางฟ้าในดวงใจ!!…คอลเลกชั่น Ties of love ของ Cartier แค่ชื่อก็กินขาด!! เพราะหมายถึงรักแนบแน่น เหมาะอย่างยิ่งกับสาวเดิร์นที่มีอิสระทางความคิด…

มีนาคม 25, 2005

บททดสอบระดับความเป็นเพื่อน

Filed under: ความรัก — witclub @ 8:37 am

มี 2 คำถาม
1.. ทดสอบระดับความต้องการเพื่อน
2.. ทดสอบระดับการตอบแทนเพื่อน

•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••
ทดสอบระดับความต้องการเพื่อน
1.. คุณชอบไปชมภาพยนต์คนเดียว?
ใช่ไปที่ข้อ 2
ไม่ใช่ไปที่ข้อ 6
2.. ชอบความครื้นเครงสนุกสนาน?
ใช่ไปที่ข้อ 7
ไม่ใช่ไปที่ข้อ 3
3.. ชอบเขียนจดหมายถึงเพื่อน?
ใช่ไปที่ข้อ 8
ไม่ใช่ไปที่ข้อ 4
4.. ชอบไปไหนมาไหนเพียงคนเดียว?
ใช่ไปที่ข้อ 5
ไม่ใช่ไปที่ข้อ 9
5.. ชอบทานข้าวคนเดียว?
ใช่ไปที่ข้อ 10
ไม่ใช่ไปที่ข้อ 9
6. เมื่อไปทานข้าวนอกบ้านต้องมีคนเป็นเพื่อน?
ใช่ไปที่ข้อ 11
ไม่ใช่ไปที่ข้อ 7
7.. ไม่มีเพื่อนที่รู้ใจ?
ใช่ไปที่ข้อ 12
ไม่ใช่ไปที่ข้อ 8
8.. เมื่ออารมณ์ไม่ดีมักจะไปหาเพื่อน?
ใช่ไปที่ข้อ 13
ไม่ใช่ไปที่ข้อ 9
9. ชอบพูดคุยเล่นทางโทรศัพท์?
ใช่ไปที่ข้อ 14
ไม่ใช่ไปที่ข้อ 10
10. ชอบเดินเล่นคลายกลุ้มคนเดียว?
ใช่ไปที่ข้อ 15
ไม่ใช่ไปที่ข้อ 14
11.. ชอบนั่งคิดคนเดียว?
ใช่ไปที่ข้อ 12
ไม่ใช่ไปที่ข้อ 16
12. ต้องการความรู้สึกปลอดภัยมาก?
ใช่ไปที่ข้อ 17
ไม่ใช่ไปที่ข้อ 13
13. มีของดี ๆ ต้องแบ่งกัน?
ใช่ไปที่ข้อ 18
ไม่ใช่ไปที่ข้อ 14
14.. หวังอยากให้ฝ่ายตรงข้ามสนใจคุณ?
ใช่ไปที่ข้อ 18
ไม่ใช่ไปที่ข้อ 19
15.. เบื่อหน่ายเพื่อนที่มารบกวนถึงบ้าน?
ใช่ไปที่ข้อ 20
ไม่ใช่ไปที่ข้อ 19
16.. เรื่องใหญ่หรือเรื่องเล็กต่างๆ ต้องหาเพื่อน?
ใช่ไปที่ข้อ A
ไม่ใช่ไปที่ข้อ 17
17.. คิดจะไปหาเพื่อนก็กลัวถูกปฎิเสธ?
ใช่ไปที่ข้อ B
ไม่ใช่ไปที่ข้อ 18
18.. ต้องพบหน้าเพื่อนทุกวัน?
ใช่ไปที่ข้อ B
ไม่ใช่ไปที่ข้อ C
19.. พยายามที่จะไม่ไปรบกวนผู้อื่น?
ใช่ไปที่ข้อ 20
ไม่ใช่ไปที่ข้อ 18
20. ไม่ยืมเงินผู้อื่นโดยเด็ดขาด?
ใช่ไปที่ข้อ D
ไม่ใช่ไปที่ข้อ A

•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••
::::: A ::::: ประเภทพึ่งพาอาศัย :::::
คุณชอบไปไหนมาไหนกับเพื่อน
ไม่ว่าจะไปชมภาพยนต์หรือไปชอปปิ้ง
คุณต่างชอบให้มีใครอยู่เป็นเพื่อนคุณ โดยเฉพาะในขณะที่อารมณืคุณดี
หรือไม่ดี คุณยิ่งต้องการให้เพื่อน ๆ อยู่ข้างๆ
โดยปกติคุณจะเป็นคนที่ไม่ รู้สึกว่าต้องพึ่งพาอาศัยเพื่อน
เพียงแต่มีความรู้สึกว่า ตนเองเป็นคนโชคดี ที่มีเพื่อนดี ๆ
มากมายเช่นนี้ แต่ถ้าวันใดที่คุณทะเลาะกับเพื่อนหรือติดธุระ
ไปไหนกับเพื่อนไม่ได้คุณจะรู้สึกโดดเดี่ยว เงียบเหงาอย่างยิ่ง
ขณะนี้คุณจึง ยอมรับว่าคุณเป็นประเภทพึ่งพาอาศัยเพื่อน

::::: B ::::: ประเภทเปล่าเปลี่ยวใจ :::::
ความเปล่าเปลี่ยวใจ คือโรคจิตของคุณชนิดหนึ่ง
และคือโรคประจำตัวของคุณ ภายในใจของคุณ กลัวถูกเพื่อน ๆ
หรือหมู่คณะทอดทิ้ง ด้วยเหตุนี้ คุณจึงพยายาม รักษาสัมพันธ์ที่ดี
กับทุก ๆ คนไม่กล้าทำให้ผู้อื่น โกรธเคือง เพราะอะไรจึงเป็น เช่นนี้
อาจเป็นเพราะว่า คุณขาดความเชื่อมั่น ในตนเอง เพราะฉนั้นจึงต้องการ
ให้ผู้อื่นให้ความมั่นใจแก่คุณ ด้วยเหตุนี้ แม้ความเคลื่อนไหวบางอย่าง
ที่คุณไม่ ชื่นชอบ แต่คุณก็ต้อง จำใจเข้าร่วม มิเช่นนั้น
คุณก็จะเกิดความรู้สึก ไม่สบายใจ ทางด้านมนุษยสัมพันธ์ อาจกล่าวว่า
คุณไม่มีความรู้สึกปลอดภัย และเป็นคน ไม่มีบุคลิกภาพ

::::: C ::::: ประเภทระบายความในใจ :::::
ในชีวิตแห่งความเป็นจริงคุณมีอิสระมาก
แต่ว่าทางด้านจิตใจคุณยังต้องการ ความสนับสนุนจากเพื่อน
ปกติอยู่คนเดียว คุณจะไม่รู้สึกเหงา การเคลื่อนไหว ก็อิสระ
ไม่ได้พบหน้าเพื่อนที่ดี เดือนสองเดือน ก็ไม่รู้สึกเงียบเหงา
แต่พวกคุณ ยังคงรักใคร่ สนิทสนมกันเหมือนเดิม
บางครั้งมีธุระหรือไม่สบายใจ พวกคุณ ก็นัดพบปะพูดคุยกัน
ถ้าหากอยู่ห่างกัน ไม่สะดวกในการนัดพบ ก็ติดต่อกันทาง
โทรศัพท์หรือจดหมาย แม้ว่าจะไม่ได้พบหน้ากันแต่พลังจิต
ที่ได้รับอาจได้ มากกว่าพบหน้ากันทุกวัน คุณจึงไม่ต้อง
อยู่กับเพื่อนคุณทุกวัน รูปแบบของการ พบเพื่อนประเภทคุณคือ
ต่างคนต่างอยู่ แต่จิตใจทะลุถึงกัน คือคนประเภทระบาย ความในใจ

::::: D ::::: ประเภทอิสระเสรี :::::
คุณคือแบบอย่างของคนใจเพชร
คุณไม่ชอบให้ผู้อื่นติดสอยห้อยตาม คุณคือคนปิดตัวเอง คุณไม่เอ่ยปาก
ขอความช่วยเหลือ จากเพื่อนง่าย กล่าวทางด้านจิตใจของคุณ
คุณมักจะรู้สึก การเป็นหนี้บุญคุณ เป็นการ ที่เสียใจมาก
และเป็นการลดคุณค่า ของตัวเองให้ต่ำลง ผู้คนที่ไม่เข้าใจ คุณจะคิดว่า
คุณเป็นคนมีนิสัยสันโดษ และเอาแต่ใจตัวเอง แต่ผู้คนที่เข้า
ใกล้คุณมักจะชมเชย ความเด็ดเดี่ยวของคุณ นิสัยและชีวิตของคุณมี
เสน่ห์รัดตรึงใจมาก

•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••
ทดสอบระดับการตอบแทนเพื่อน
1.. ให้เพื่อนยืมเงินโดยไม่มีเงื่อนไข?
ใช่ไปที่ข้อ 6
ไม่ใช่ไปที่ข้อ 2
2.. ไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณเพื่อน?
ใช่ไปที่ข้อ 7
ไม่ใช่ไปที่ข้อ 3
3.. สนใจฐานะของเพื่อนมาก?
ใช่ไปที่ข้อ 8
ไม่ใช่ไปที่ข้อ 4
4.. ช่วยเหลือเพื่อนยามยาก?
ใช่ไปที่ข้อ 9
ไม่ใช่ไปที่ข้อ 5
5.. เอาตัวรอดก่อน?
ใช่ไปที่ข้อ 10
ไม่ใช่ไปที่ข้อ 9
6.. ไม่บีบบังคับเพื่อน?
ใช่ไปที่ข้อ 7
ไม่ใช่ไปที่ข้อ 11
7.. ไม่ช่วยเพื่อนเรื่อยเปื่อย?
ใช่ไปที่ข้อ 12
ไม่ใช่ไปที่ข้อ 8
8.. คิดตริตรองโดยละเอียดก่อนช่วยเหลือเพื่อน?
ใช่ไปที่ข้อ 13
ไม่ใช่ไปที่ข้อ 9
9.. ไม่สนใจเรื่องของพื่อน?
ใช่ไปที่ข้อ 14
ไม่ใช่ไปที่ข้อ 10
10.. พูดแต่คำว่าไม่มีเงิน?
ใช่ไปที่ข้อ 15
ไม่ใช่ไปที่ข้อ 14
11.. เจ็บแค้นแทนเพื่อน?
ใช่ไปที่ข้อ 16
ไม่ใช่ไปที่ข้อ 12
12.. บุญคุณต้องทดแทน?
ใช่ไปที่ข้อ 17
ไม่ใช่ไปที่ข้อ 13
13.. ให้ผู้อื่นยืมเงินต้องมีการเซ็นสัญญา?
ใช่ไปที่ข้อ 18
ไม่ใช่ไปที่ข้อ 14
14.. ไม่ว่าเรื่องอะไรต้องคิดถึงตนเองก่อน?
ใช่ไปที่ข้อ 19
ไม่ใช่ไปที่ข้อ 15
15.. หวังอยากให้เพื่อนช่วยโดยไม่มีเงื่อนไข?
ใช่ไปที่ข้อ 20
ไม่ใช่ไปที่ข้อ 19
16.. ยอมเสียสละเพื่อเพื่อน?
ใช่ไปที่ข้อ A
ไม่ใช่ไปที่ข้อ 17
17.. ช่วยเพื่อนด้วยความสมัครใจ?
ใช่ไปที่ข้อ B
ไม่ใช่ไปที่ข้อ 18
18.. การช่วยเหลือต้องมีผลตอบแทน?
ใช่ไปที่ข้อ C
ไม่ใช่ไปที่ข้อ 19
19.. ผิดใจกับเพื่อนเพราะเรื่องเงินๆ ทองๆ?
ใช่ไปที่ข้อ 20
ไม่ใช่ไปที่ข้อ A
20.. อาจทำลายคนเพราะเรื่องเงินทอง?
ใช่ไปที่ข้อ D
ไม่ใช่ไปที่ข้อ B

•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••
::::: A ::::: ประเภทสละชีวิต :::::
คุณเป็นคนที่ เห็นเรื่องของเพื่อน เป็นเรื่องสำคัญ
แต่สำหรับเรื่องของตนเอง กลับเป็นเรื่องไม่สำคัญ คุณมีความรู้สึกว่า
ระหว่างเพื่อน ความซื่อสัตย์เป็น สิ่งสำคัญ ขอเพียงแต่มีความซื่อสัตย์
ก็จะมีเพื่อนรู้ใจ ด้วยเหตุนี้ คุณจะไม่ปฎิเสธ คำขอร้องจากเพื่อน
และเป็นคนไม่หวังสิ่งตอบแทน การตอบแทนของคุณ สูงมาก คุณอาจจะยืมเพื่อน
10 บาทแต่จะคืน 20 บาท เพื่อแสดงให้เห็น ความขอบใจของคุณ
เพื่อนเพียงแต่ช่วยเหลือคุณ เล็กๆ น้อยๆ คุณจะจดจำ และเฝ้ารอโอกาส
ที่จะตอบแทน และแม้เพื่อน มีความลำบาก คุณจะเข้าช่วยเหลือ
อย่างเต็มกำลัง

::::: B ::::: ประเภทตอบแทน :::::
คุณเป็นคนที่ มีความแค้นต้องแก้แค้น มีบุญคุณต้องทดแทน
โดยปรกติ หากคุณไม่มีบุญคุณ ความแค้น กับใคร คุณจะไม่เข้าไปยุ่งด้วย
หากเป็นผู้มีบุญคุณกับคุณ คุณจะช่วย คุณจะคิดตริตรองว่า จะช่วยอย่างไร
จึงจะเหมาะสม คุณจะไม่ตอบแทน อย่างสุดจิตสุดใจ คุณเป็นผู้แบ่งดำและขาว
อย่างชัดเจน แต่ก็เป็น การช่วยเหลืออย่างมีเงื่อนไข แม้ว่าผู้มีพระคุณ
เคยช่วยชีวิตคุณ แต่คุณก็จะไม่ เสียสละชีวิตช่วยเขา กล่าวโดยทั่วไป
ระดับการตอบแทนของคุณคือ ช่วยครั้งหนึ่ง ตอบแทนครั้งหนึ่ง
ไม่มีขาดมีเกิน

::::: C ::::: ประเภทตามสภาพความเป็นจริง :::::
สำหรับคุณแล้ว ความหมายของคำว่าเพื่อน ไม่ต่างจาก
การประกันภัย หรือออมทรัพย์ คุณคิดระหว่างเพื่อน
เงินทองต้องไหลไปไหลมา และต่างฝ่ายต่างก็ใช้ เป็นเครื่องมือ
ของกันและกัน ถ้าหากเพื่อนของคุณ ชื่อเสียงเสียหมด ไม่มีเงินทองเลย
หากช่วยเขา เงินทองต้องเสียเปล่าแน่ๆ แน่นอน คุณจะไม่ช่วยเหลือเขา
ไม่ว่าเขาจะมีบุญคุณกับคุณ คุณก็จะไม่คิดถึงมัน ตรงกันข้าม
ถ้าหากเพื่อนคนนั้น มีค่าตอบแทนสูง คุณก็จะช่วยเหลือเขา ด้วยความยินดี
คุณเป็นคนที่ เหมาะจะประกอบการค้า ปัญหาอยู่ที่ว่า
คุณถือมิตรภาพเป็นการค้า สักวัน คุณต้องกระทืบเท้า
ด้วยความเจ็บช้ำน้ำใจ

::::: D :::: ประเภทเห็นแก่ตัว :::::
ความคิดและการกระทำของคุณ มักทำให้ผู้อื่นโกรธแค้น
แน่นอน คุณย่อมมีคำพูดของคุณ เช่น ไม่ทำเพื่อตนเองแล้ว จะทำเพื่อใคร
ในสมอง คิดแต่ผลประโยชน์ของตนเอง คนทั้งโลกตายหมด
ไม่เป็นไรขอคุณมีชีวิตอยู่ ด้วยเหตุนี้ คุณมีแต่ขอความช่วยเหลือ
จากผู้อื่น แต่คุณไม่เคยช่วยเหลือใคร ระดับความตอบแทนเพื่อน
ของคุณคือศูนย์ บางครั้ง นอกจากจะไม่ช่วยเหลือใครแล้ว ยังดึงเขา
มารับเคราะห์แทนอีก

ของนอก : นมแก้วเดียว (Good story)

Filed under: ความรัก — witclub @ 8:37 am

เมื่อเด็กชายที่เดินเร่ขายของตามบ้านเพื่อน หวังเก็บเงินไว้เป็นทุนรอน
สำหรับเล่าเรียนหนังสือ พบว่าตัวเองมี เงินเหลือติดตัวเพียง 10 เซนต์ เขา
ก็บังเกิดความหิวขึ้นมาตหงิดๆ จึงตัดสินใจที่จะบากหน้าเดินไปขอข้าวจาก
บ้านหลังถัดไป และแล้ว เขาก็รู้สึก ประหม่าเมื่อมีอันต้องเผชิญหน้ากับสาว
น้อยน่ารักที่ลุกขึ้นมาเปิดประตูบ้าน

เมื่อดูจากท่าทางอันหิวโซของเด็กชาย หญิงสาวจึงยื่นนมให้แก้ว
หนึ่ง เด็กน้อยค่อยๆ ดื่ม แล้วถามว่า “จะให้ผมจ่ายตังค์เท่าไรดีครับ” “ไม่หรอกจ๊ะ..
เธอไม่ต้องจ่ายอะไรฉันหรอก” สาวน้อยตอบ “คุณแม่สอนฉันเสมอว่าไม่ให้
รับเงินจากน้ำใจที่เราได้แสดงออกไปให้กับคนอื่น”
“ถ้าอย่างนั้น หนูก็ขอบคุณ
จากใจนะครับ” เขาตอบ เมื่อ พ่อหนูเฮาวาร์ด เคลลี่ เดินจากบ้านหลังนั้น
ไป เขามิเพียงแต่รู้สึกว่า ร่างกายมีกำลังวังชาขึ้น หากแต่ความเชื่อมั่นในพระ
เจ้าและในมนุษย์ก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย.
.. มิไยว่าก่อนหน้านั้นเขาจะรู้สึกหมด
ศรัทธาในทั้งสองสิ่งนี้ไปแล้วก็ตาม
กาลเวลาผ่านไปนานเท่าใดไม่ปรากฏ หญิงสาวผู้นั้นได้ล้มป่วย ลง คุณ
หมอในโรงพยายาลท้องถิ่นหมดหนทางจะเยียวยา จึงส่งเธอไปยังเมือง
ใหญ่ที่มีคุณหมอเฉพาะทางเพื่อรักษาโรคที่ไม่ค่อยได้พบเจออย่างนี้ คุณหมอเฮา
วาร์ด เคลลี่ ถูกเรียกตัวมาเพื่อให้คำปรึกษาเคสนี้ เมื่อเขาได้ยินชื่อเมืองที่ผู้
ป่วยถูกส่งมา ถ้าคุณสังเกต จะเห็นว่ามีประกายตาแปลกๆ อยู่ในดวงตาคู่นั้น
ทันใดนั้น เขารีบลุกขึ้นและเดินตรงไปยังห้องพักของเธอ พลางสวมเสื้อกาวน์
ไปด้วย… เขาสามารถจดจำเธอได้ในทันที…
เมื่อกลับไปยังห้องทำงาน เขาก็พยายามหาหนทางที่ดีที่สุดเพื่อ รักษา
ชีวิตของเธอ นับจากวันนั้น คุณหมอก็เพียรดูแลเอาใจใส่ผู้ป่วย รายนี้เป็น
พิเศษ… หลังจากที่ยื้อยุดฉุดกระชากกับโรคร้ายอยู่พักใหญ่
ในที่สุดเขาก็ได้รับ ชัยชนะ
แล้วคุณหมอเคลลี่ก็ขอให้ฝ่ายการเงินของโรงพยาบาลส่งใบเรียกเก็บเงิน
ของผู้ป่วยรายนี้มาให้เขาพิจารณาอนุมัติ
เขาเขียนอะไรสองสามตัวลงบนขอบกระดาษใบนั้น แล้วฝากเจ้าหน้าที่
ส่งผ่านไปยังผู้ป่วย เมื่อใบเรียกเก็บเงินเดินทางมาถึง เธออดไม่ได้ที่จะรู้สึก
กลัว ด้วยมั่นใจว่า ตัวเลขคงสูงมากจนเธออาจต้องใช้เวลาที่เหลือในชีวิตนี้
ชดใช้ค่ารักษาพยาบาลในครานี้ ถึง ที่สุดแล้ว เธอก็เปิดออกดู…
พบอะไรบางอย่างที่ดึงความสนใจของเธอมาอยู่ตรงขอบๆ กระดาษแผ่นนั้น เธอ
อ่านได้ใจความว่า “จ่ายหมดแล้วด้วยนมหนึ่งแก้ว” พร้อมกับลงชื่อกำกับไว้
หญิงผู้นี้อดไม่ ได้ที่จะหลั่งน้ำตาด้วยความชื่นชมยินดี ขณะหัวใจอันเปี่ยมสุข
อธิษฐานว่า

“ขอบคุณพระเจ้าที่ได้แผ่ความเมตตาของพระองค์มายังหัวใจ และอุ้งมือ
ของผู้คนบนโลกนี้”

ผู้เขียน : นิรนาม
ผู้แปล : แบ่งปัน
โดยคุณ : นิรนาม -

..friends..เพื่อนแท้ๆๆ…

Filed under: ความรัก — witclub @ 8:36 am

เพื่อนทั่วไปไม่เคยเห็นคุณร้องไห้
เพื่อนแท้มีหัวไหล่ไว้คอยซับน้ำตาคุณ
เพื่อนทั่วไปจะไม่รู้ชื่อพ่อแม่ของคุณ
เพื่อนแท้จะมีเบอร์ของท่านไว้ในสมุดจดโทรศัพท์ของเขา

เพื่อนทั่วไปจะถือขวดไวน์ติดมือมางานปาร์ตี้ของคุณ
เพื่อนแท้จะมาแต่วันเพื่อช่วยเตรียมงาน

เพื่อนทั่วไปอยากคุยกับคุณถึงปัญหาของเขา
เพื่อนแท้อยากช่วยปัดเป่าปัญหาของคุณออกไป

เพื่อนทั่วไปจะพิศวงในเรื่องโรแมนติกเก่าๆ
เพื่อนแท้สามารถเอาเรื่องนี้มาอำคุณได้

เพื่อนทั่วไปเวลามาเยี่ยมคุณจะทำตัวเยี่ยงแขก
เพื่อนแท้จะตรงรี่ไปเปิดตู้เย็นและบริการตนเอง

เพื่อนทั่วไปคิดว่ามิตรภาพจบลงเมื่อเกิดการทะเลาะถกเถียง
เพื่อนแท้รู้ดีว่านั่นจะมิใช่มิตรภาพ จนกว่าคุณได้เคยวิวาทกัน

เพื่อนทั่วไปคาดหวังให้คุณอยู่เคียงข้างเขาเสมอ
เพื่อนแท้คาดหวังที่จะอยู่เคียงคุณตลอดไป

เพื่อนทั่วไปจะอ่านข้อความนี้แล้วโยนลงถังขยะ
เพื่อนแท้จะเฝ้าส่งต่อๆไป จนกว่าจะมั่นใจว่ามันได้ถึงมือผู้รับ

ส่งผ่านให้ใครก็ได้ที่คุณห่วงใย
หากคุณได้รับมันกลับมา นั่นหมายว่าคุณได้พบเพื่อนแท้แล้ว

หน้าต่อไป

บลอกที่ WordPress.com .